1 · ห้องที่ร้องถูกคีย์
งานวันเกิดทุกงานมีช่วงเดียวกัน ไฟดับ เค้กมา แล้วคนทั้งห้องก็เริ่มร้อง ไม่มีใครให้เสียงนำ ไม่มีใครบอกคีย์ แต่ภายในไม่กี่คำ เสียงทั้งห้องก็ไหลมาอยู่ในคีย์เดียวกัน
เพลงที่คุณร้องได้ถูกเก็บไว้พร้อมร่องรอยของคีย์และความเร็วของมัน ทั้งที่คุณไม่เคยรู้ชื่อของทั้งสองอย่าง
ประโยคนี้ฟังเหมือนคำชม มันไม่ใช่ มันคือผลการวัด
ปี 1994 นักจิตวิทยา Daniel Levitin ให้นักศึกษาทั่วไปที่ไม่ได้ถูกคัดมาเพราะเรียนดนตรี เลือกเพลงป๊อปที่ตัวเองรู้จักดี แล้วร้องออกมาจากความจำ ไม่มีเสียงต้นฉบับให้ฟังก่อน ไม่มีเครื่องดนตรีให้เทียบ จากนั้นเขาเอาโน้ตแรกที่แต่ละคนร้องไปเทียบกับโน้ตแรกของแผ่นเสียงจริง
สี่ในสิบคนร้องตรงโน้ตเป๊ะอย่างน้อยหนึ่งในสองครั้งที่ลอง ถ้าเดาสุ่ม โอกาสแบบนั้นมีไม่ถึงหนึ่งในห้า และเกือบครึ่งหนึ่งร้องห่างจากต้นฉบับไม่เกินสองช่องบนคอกีตาร์ทั้งสองครั้ง
ผลแบบนี้ควรถูกลองซ้ำ และมันถูกลองซ้ำจริง ปี 2013 ห้องทดลองหกแห่งในยุโรปทำการทดลองเดียวกันกับคนเกือบสามร้อยคน ตัวเลขเล็กลง หนึ่งในสี่ร้องตรงโน้ตได้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง แต่ผลไม่หายไป คนที่ร้องตรงทั้งสองเพลงยังมีมากกว่าที่การเดาจะให้ได้เกือบหกเท่า
ความเร็วก็ถูกเก็บไว้แบบเดียวกัน คนกลุ่มแรกของ Levitin ถูกขอให้ร้องเพลงเดิมอีกครั้งเพื่อวัดจังหวะ เจ็ดในสิบคนร้องเร็วหรือช้าต่างจากต้นฉบับไม่เกินสี่เปอร์เซ็นต์ในครั้งแรกที่ร้อง
อีกการทดลองหนึ่งถามกลับด้าน นักวิจัยเปิดเพลงประกอบรายการโทรทัศน์ที่คุ้นหูให้ฟังคนละห้าวินาที บางคลิปเป็นเสียงจริง บางคลิปถูกเลื่อนสูงหรือต่ำลงหนึ่งถึงสองช่อง นักศึกษาทั่วไปเลือกคลิปเสียงจริงได้บ่อยกว่าการเดา และแยกได้ดีกว่าเมื่อเลื่อนสองช่องมากกว่าหนึ่งช่อง ส่วนกลุ่มที่ฟังเพลงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน แยกไม่ได้เลย
บรรทัดสุดท้ายบอกว่าสิ่งที่ถูกเก็บไว้ไม่ใช่ความสามารถลอยๆ แต่เป็นร่องรอยของเพลงแต่ละเพลงที่คุณเคยได้ยิน หูไม่ได้เดาเก่ง มันจำเก่ง
ไม่มีใครในการทดลองเหล่านี้รู้ว่าเพลงที่ร้องอยู่ในคีย์อะไร หรือเร็วกี่จังหวะต่อนาที คำพวกนั้นเป็นป้ายชื่อ และป้ายชื่อมาทีหลังของที่มันติดอยู่เสมอ
คุณพกห้องสมุดเสียงที่ถูกต้องมาหลายร้อยเล่มโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ยังไม่มีคือวิธีเปิดอ่านมันด้วยมือ
สิ่งที่ทำคืนนี้: เลือกเพลงที่คุณร้องได้แม่นหนึ่งเพลง ร้องคำแรกออกมาเบาๆ แล้วค้างเสียงไว้ ไล่หาเสียงนั้นบนสายเส้นไหนก็ได้ทีละช่องจนเสียงกีตาร์กับเสียงคุณเป็นเสียงเดียวกัน จากนั้นเปิดต้นฉบับ หาโน้ตแรกของมันบนสายเดียวกันด้วยวิธีเดียวกัน แล้วนับว่าห่างจากช่องที่คุณร้องกี่ช่อง นับทางที่สั้นกว่า และไม่นับความต่างของช่วงเสียง ถ้าต้นฉบับเป็นเสียงผู้หญิงแต่คุณร้องต่ำกว่า ให้เทียบกับเสียงเดียวกันที่ห่างไปสิบสองช่อง
จะรู้ว่าบทนี้ผิดเมื่อ: ลองสิบเพลงในสิบวันแล้ว มีไม่ถึงสามเพลงที่ห่างจากต้นฉบับไม่เกินหนึ่งช่อง ถ้าร้องสุ่ม โอกาสได้ผลแบบนั้นมีราวครึ่งหนึ่ง ถ้าเป็นอย่างนั้น ความจำเรื่องคีย์ของคุณอาจอ่อนกว่าที่การทดลองเหล่านี้พบ และนั่นไม่ได้ปิดทาง เพราะการเล่นด้วยหูไม่ได้อาศัยความจำคีย์ที่ตรงเป๊ะ มันอาศัยระยะห่างระหว่างเสียง
แหล่ง:
- Levitin, D. J. (1994). Absolute memory for musical pitch: evidence from the production of learned melodies. Perception & Psychophysics, 56(4), 414–423. นักศึกษา 46 คน ร้องตรงโน้ตอย่างน้อยหนึ่งในสองครั้ง 40% (โอกาสจากการเดาราว 16%) ตรงทั้งสองครั้ง 12% (โอกาสจากการเดาไม่ถึง 1%) ห่างไม่เกินสองช่องทั้งสองครั้ง 44% — https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/7984397/
- Levitin, D. J., & Cook, P. R. (1996). Memory for musical tempo. Perception & Psychophysics, 58, 927–935. ใช้เสียงร้องชุดเดียวกับงานปี 1994 ครั้งแรก 72% อยู่ภายใน ±4% ของความเร็วต้นฉบับ
- Frieler, K., et al. (2013). Absolute memory for pitch: a comparative replication of Levitin's 1994 study in six European labs. Musicae Scientiae, 17(3), 334–349. 277 คน ตรงอย่างน้อยหนึ่งครั้ง 25% ตรงทั้งสองครั้ง 4% บทคัดย่อของงานนี้อ้างตัวเลขของ Levitin เป็น 44% ตัวเลขที่ถูกคือ 40%
- Schellenberg, E. G., & Trehub, S. E. (2003). Good pitch memory is widespread. Psychological Science, 14(3), 262–266. เล่มนี้พิมพ์เฉพาะทิศทางของผล เพราะตัวเลขร้อยละในแหล่งรองไม่ตรงกัน — https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/12741751/