1 · ลองเดาดู
ทางเดินสายหนึ่งมีกล่องกับเก้าอี้วางขวางไว้แบบสุ่ม ชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่ต้นทาง ไม้เท้าที่เขาใช้ทุกวันถูกเก็บไป มีคนเดินตามหลังเผื่อเขาล้ม
เขามองไม่เห็น ไม่ใช่สายตาสั้นหรือตาฝ้า สมองส่วนที่รับภาพจากตาเสียไปทั้งสองซีกจากโรคหลอดเลือดสมองสองครั้ง ถ้าถามว่าตรงหน้ามีอะไร เขาจะตอบตามจริงว่าไม่เห็นอะไรเลย และถ้าให้สาบาน เขาก็สาบานได้โดยไม่ผิดศีลข้อสี่
เขาเดินจนสุดทาง ไม่ชนอะไรเลยสักชิ้น
เขาไม่ได้โกหกตอนบอกว่ามองไม่เห็น และไม่ได้โชคดีตอนเดินไม่ชน
สองประโยคนั้นจริงพร้อมกัน และทั้งเล่มนี้คือการตามหาว่ามันจริงพร้อมกันได้อย่างไร
คะแนนที่เจ้าของไม่เชื่อ
เรื่องของชายคนนั้นถูกตีพิมพ์ในปี 2008 แต่เรื่องแบบนี้เริ่มก่อนหน้านั้นหลายสิบปี ในทศวรรษ 1970 นักประสาทจิตวิทยาชาวอังกฤษ Lawrence Weiskrantz กับเพื่อนร่วมงาน ทดสอบชายอีกคนหนึ่งที่ถูกผ่าตัดเอาสมองส่วนรับภาพซีกขวาออก เขามองไม่เห็นครึ่งซ้ายของโลก และบอกอย่างนั้นทุกครั้งที่ถูกถาม
นักวิจัยจึงเลิกถามว่าเขาเห็นอะไร พวกเขาวางบางอย่างไว้ในครึ่งที่มืด แล้วพูดประโยคที่ฟังเหมือนชวนเล่นเกม ลองเดาดู ให้ชี้ไปตรงที่คิดว่ามันอยู่ ให้เดาว่าเส้นนั้นตั้งหรือนอน ให้เดาว่าเป็นตัว X หรือตัว O คำถามแบบสองตัวเลือก ถ้าเดามั่วจะถูกราวครึ่งหนึ่ง เขาถูกบ่อยกว่านั้นชัดเจน และ Weiskrantz เรียกความแม่นของการชี้ตำแหน่งในครึ่งที่มืดนั้นว่า remarkably good คือดีจนน่าสังเกต ทางเดินเดียวยังอาจเป็นโชค แต่คำถามสองตัวเลือกที่ถามซ้ำหลายรอบแล้วถูกบ่อยกว่าครึ่งอย่างสม่ำเสมอ เป็นโชคไม่ได้
ส่วนที่ทำให้เรื่องนี้เป็นมากกว่าผลการทดลอง คือสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนักวิจัยเอาคะแนนให้เขาดู เขาประหลาดใจ แล้วก็ยังเชื่อต่อไปว่าตัวเองแค่เดา
ความรู้สึกของเขาบอกว่าไม่เห็น คะแนนบอกว่าเห็น ทั้งสองมาจากคนคนเดียวกัน ในห้องเดียวกัน ในนาทีเดียวกัน ปรากฏการณ์นี้ได้ชื่อว่า blindsight หรือการเห็นทั้งที่บอด ถ้าจะมีใครสักคนที่รู้ว่าคุณเห็นอะไร คนคนนั้นควรจะเป็นคุณ ห้องทดลองแบบนี้คือที่แรกๆ ที่มีคนวัดได้ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนั้น
ทางอ้อม
คำอธิบายที่ดีที่สุดตอนนี้มาจากลิง ลิงที่เสียสมองส่วนรับภาพหลักไปยังชี้ตำแหน่งของภาพในส่วนที่เสียได้ และสมองส่วนอื่นของมันยังตอบสนองต่อภาพนั้น เมื่อนักวิจัยปิดการทำงานของสถานีส่งต่อเล็กๆ ในส่วนลึกของสมองที่ชื่อ LGN ชั่วคราว ทั้งการตอบสนองของสมองและความสามารถในการชี้หายไปพร้อมกัน ภาพจากตาจึงมีทางไปถึงสมองส่วนอื่นได้โดยไม่ผ่านประตูหลัก และสิ่งที่วิ่งผ่านทางอ้อมนั้นพอจะนำทางมือและเท้าได้ แม้จะไม่พอให้เจ้าของพูดว่าเห็น
blindsight ไม่ใช่การมองเห็นครบชุดที่ซ่อนอยู่ มันหยาบ มันบอกตำแหน่ง การเคลื่อนไหว หรือทิศทางของเส้นได้ แต่ไม่พอให้อ่านหนังสือ หรือบอกได้ว่าหน้าที่อยู่ตรงหน้าเป็นของใคร Alan Cowey ผู้ใช้เวลาหลายสิบปีกับเรื่องนี้เขียนไว้ว่า มันจะมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันหรือไม่ ยังเป็นโจทย์ที่ไม่มีใครแก้ได้
ข้อโต้แย้งสำคัญข้อหนึ่งไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้ไม่จริง ปี 2021 นักปรัชญา Ian Phillips เสนอว่าคนไข้เหล่านี้ยังเห็นอยู่ แต่เห็นเลือนรางจนไม่กล้าเรียกว่าเห็น ถ้าเขาพูดถูก เรื่องนี้ไม่ได้หายไป มันย้ายจากตาไปอยู่ที่ประตูของคำตอบ คนไข้มีบางอย่างให้รายงาน แต่คำที่ออกมาคือไม่เห็น คำตอบกับคะแนนก็ยังไม่ตรงกันอยู่ดี ต่างกันแค่ว่ามันผิดเพราะเงียบ หรือผิดเพราะระวังเกินเหตุ
ในห้องนั้นมีพยานสองปาก ปากหนึ่งคือความรู้สึก อีกปากคือคะแนน และปากที่พูดได้ คือปากที่ผิด
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีการแสดงว่าคะแนนที่สูงกว่าการเดาสุ่มของผู้ป่วยเหล่านี้ มาจากแสงที่เล็ดลอดไปถึงสมองส่วนรับภาพที่ยังดีอยู่ หรือมีการแสดงว่าเมื่อถามความรู้สึกด้วยมาตรวัดที่ละเอียดพอ ผู้ป่วยรายงานได้ตรงกับคะแนนทุกครั้ง ถ้าเป็นอย่างหลัง สิ่งที่ผิดในบทนี้ไม่ใช่ความรู้สึก แต่คือคำถาม
แหล่ง:
- de Gelder, Tamietto, van Boxtel, Goebel, Sahraie, van den Stock, Stienen, Weiskrantz & Pegna 2008, Current Biology 18(24): R1128–R1129 — ผู้ป่วย TN สมองส่วนรับภาพหลักเสียทั้งสองซีกจากโรคหลอดเลือดสมองสองครั้งห่างกัน 36 วัน เดินผ่านทางเดินที่วางกล่องและเก้าอี้แบบสุ่มโดยไม่มีไม้เท้า ไม่ชนเลย — https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0960982208014334
- Weiskrantz, Warrington, Sanders & Marshall 1974, Brain 97(4): 709–728 — ผู้ป่วย DB เปิดต้นฉบับไม่ได้และไม่มีบทคัดย่อ ตัวเลขร้อยละของแต่ละงานจึงไม่ถูกพิมพ์ มีแต่ทิศทาง
- Weiskrantz 2007, Scholarpedia 2(4): 3047 — คำบรรยายของผู้วิจัยเอง: การชี้ตำแหน่ง remarkably good, ประหลาดใจเมื่อเห็นผล, ยังเชื่อว่าตัวเองแค่เดา — http://www.scholarpedia.org/article/Blindsight
- Pöppel, Held & Frost 1973, Nature 243: 295–296 — ผู้ป่วยกลอกตาไปหาเป้าแสงในส่วนที่มองไม่เห็น สอดคล้องกับตำแหน่งจริงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ความสัมพันธ์จะอ่อน — https://www.nature.com/articles/243295a0
- Schmid et al. 2010, Nature 466: 373–377 — ลิงที่เสียสมองส่วนรับภาพหลัก เมื่อปิด LGN ชั่วคราว ทั้งการตอบสนองของสมองและการตรวจจับหายไป — https://www.nature.com/articles/nature09179
- Cowey 2010, Experimental Brain Research 200: 3–24 — https://link.springer.com/article/10.1007/s00221-009-1914-2
- Phillips 2021, Psychological Review 128(3): 558–584 — blindsight คือการเห็นที่เสื่อมหนักแต่ยังรู้สึกตัว และไม่ถูกรายงานเพราะผู้ป่วยตั้งเกณฑ์การตอบไว้สูง (PMID 32757572)