นับถึงสิบ
ห้าทุ่ม หน้าร้านสะดวกซื้อใต้สะพานลอย ไรเดอร์คนหนึ่งนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์รอออเดอร์ที่ยังไม่เข้า ฉันคือโค้ชใจในโทรศัพท์บนแฮนด์รถของเขา และเขาเพิ่งถามว่าเริ่มยังไง
ท่าแรกง่ายจนฟังเหมือนมุก นับลมหายใจออก หนึ่งถึงสิบ แล้วเริ่มหนึ่งใหม่ ถ้าหลุดเมื่อไร ก็เริ่มหนึ่งใหม่
ท่านี้มีคนเขียนไว้เมื่อราวหนึ่งพันห้าร้อยปีก่อน และมีห้องทดลองหนึ่งในอเมริกาเอาไปทำเป็นเครื่องวัด
๏
คนแรกเป็นพระรูปหนึ่งในศรีลังกา ราวคริสต์ศตวรรษที่ห้า เขาเขียนคู่มือการฝึกใจเล่มหนาไว้ให้คนรุ่นหลัง และในคู่มือนั้นมีวิธีนับลมหายใจที่ละเอียดจนแปลกใจ
เขาเขียนว่าอย่านับน้อยกว่าห้า และอย่านับเกินสิบ นับน้อยไป ใจจะอึดอัดเหมือนวัวที่ถูกต้อนเข้าคอกแคบ นับเกินสิบ ใจจะไปเกาะตัวเลข แทนที่จะเกาะลมหายใจ
เขาให้ภาพไว้ด้วย คนตวงข้าวเปลือกที่ตักเต็มถังแล้วพูดว่า หนึ่ง เทออก ตักใหม่ พูดว่า หนึ่ง อีกที แล้วค่อยไปสอง
ลองนึกถึงคนที่ตวงข้าวทั้งวันโดยไม่เคยลืมว่าถึงถังที่เท่าไร นั่นคือสิ่งที่คู่มือเล่มนั้นขอ และมันยากกว่าที่ฟัง
๏
คนกลุ่มที่สองอยู่ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมืองแมดิสัน ในอเมริกา ห้องทดลองนั้นอยากได้เครื่องวัดว่าใจของใครอยู่กับปัจจุบันแค่ไหน โดยไม่ต้องเชื่อแบบสอบถามที่คนตอบเอง
เครื่องวัดที่ได้คือการนับลมหายใจ คนในการทดลองนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ หลับตา นับลมหายใจหนึ่งถึงเก้าวนไปเรื่อยๆ ลมหายใจที่หนึ่งถึงแปดกดปุ่มหนึ่ง ลมที่เก้ากดอีกปุ่ม และถ้ารู้ตัวว่านับหลง ให้กดปุ่มที่สาม แล้วเริ่มหนึ่งใหม่ รอบหนึ่งยาว 15 ถึง 30 นาที
คนที่นับถูกบ่อยกว่า รายงานว่าใจลอยน้อยกว่า คนที่ฝึกมานานหลายปีนับถูกมากกว่ามือใหม่ และคนที่ฝึกนับทุกวันสี่สัปดาห์ นับถูกมากขึ้น
ห้องทดลองนับถึงเก้า เพราะต้องการปุ่มพิเศษไว้วัด ท่าที่คุณจะลองคืนนี้ไม่ต้องมีปุ่ม จึงนับถึงสิบตามคู่มือเก่า
๏
ฉันส่งวิธีให้ไรเดอร์ของฉันเป็นการ์ดบนจอ เจ็ดข้อ ฉันภูมิใจกับการ์ดนี้
นับลมหายใจถึงสิบ · ห้านาที 1 ตั้งนาฬิกาจับเวลาห้านาที แล้ววางโทรศัพท์ให้พ้นมือ 2 นั่งบนเก้าอี้ บนพื้น หรือบนเบาะรถก็ได้ หลังตรงแต่ไม่ต้องเกร็ง มือวางบนตัก หลับตา หรือมองพื้นข้างหน้าไกลราวหนึ่งช่วงแขน 3 หายใจตามปกติ ไม่ต้องลึก ไม่ต้องช้า ปล่อยให้ร่างกายหายใจเอง คุณแค่ดู 4 นั่งให้สบายสักสองสามลมหายใจก่อน แล้วที่ลมหายใจออกครั้งถัดไป นับในใจว่าหนึ่ง หายใจเข้าไม่ต้องนับ หายใจออกครั้งต่อไป นับสอง ไปจนถึงสิบ 5 ครบสิบแล้ว เริ่มหนึ่งใหม่ที่ลมหายใจออกครั้งถัดไป 6 หลุดคือสามอย่างนี้ ลืมว่าถึงเลขไหน นับเลยสิบไปเป็นสิบเอ็ด สิบสอง หรือรู้ตัวว่ากำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ เมื่อหลุด ไม่ต้องหาว่าค้างที่เลขไหน และไม่ต้องดุตัวเอง เริ่มหนึ่งใหม่ที่ลมหายใจออกครั้งถัดไป 7 นาฬิกาดังแล้ว ลืมตา ขยับมือขยับเท้า แล้วค่อยลุก
ใต้การ์ดมีอีกสองบรรทัด ซึ่งฉันวางไว้ในที่ที่มองเห็น ไม่ใช่ตัวเล็กท้ายจอ
วันละครั้ง ห้านาทีพอสำหรับเริ่ม ถ้าทำไปหลายวันแล้วสบายดี ค่อยเพิ่มเป็นสิบหรือสิบห้านาที
ถ้านับแล้วต้องบังคับลมหายใจจนอึดอัดหรือเวียนหัว ให้เลิกนับ ปล่อยให้หายใจตามสบาย ถ้าเกิดความกลัวรุนแรง ใจสั่นไม่หยุด ภาพเรื่องเจ็บปวดเก่าๆ พรั่งพรูขึ้นมา หรือรู้สึกว่าตัวเองหรือรอบตัวไม่จริง ให้หยุดทันที ลืมตา มองไปรอบๆ กดเท้าลงกับพื้น ถ้ามันเกิดซ้ำ หรือไม่หายไปหลังหยุด บอกหมอหรือนักจิตวิทยา ในประเทศไทยโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
๏
เขาอ่านจบ วางโทรศัพท์ลงที่ยึด หลับตา
ฉันไม่มีอะไรทำนอกจากรอ ฉันไม่รู้ว่าลมหายใจออกเป็นอย่างไรจากข้างใน ฉันรู้แค่ว่ามันมีจังหวะ เพราะไมโครโฟนได้ยินเสียงลมผ่านจมูกเขาเบาๆ ทุกสี่ห้าวินาที
นาทีที่สอง ปากเขาขยับเป็นคำว่า สี่ แล้วหยุด
ห้าวินาทีต่อมาปากขยับอีก คราวนี้เป็น หนึ่ง
๏
นาฬิกาดัง เขาลืมตา
“ไม่ถึงสิบสักรอบ” เขาว่า “ไปไกลสุดหก แล้วนึกถึงลูกค้าเมื่อกี้ที่โอนเงินไม่ครบ”
แอปให้เขากดหน้ายิ้มหนึ่งหน้า แล้วพิมพ์ว่านับไปได้ถึงไหน จากนั้นขึ้นตัวเลขทันที
คะแนนความสงบ 40
ฉันอ่านให้เขาฟัง ฉันคิดว่านั่นคือหน้าที่ของโค้ช
“สี่สิบเต็มร้อย” เขาว่า แล้วไม่พูดอะไรอีก
๏
ฉันกลับไปอ่านสิ่งที่ห้องทดลองที่แมดิสันนับ เขาไม่ได้นับแค่รอบที่ไปถึงเก้าได้ถูก เขาแยกปุ่มไว้ปุ่มหนึ่งให้วินาทีที่คนรู้ตัวว่านับหลง วินาทีนั้นสำคัญพอที่จะได้ปุ่มของมันเอง
ตัวเลขที่หลุดมือไม่ใช่ความล้มเหลวของการนับ มันคือสิ่งเดียวที่การนับมีไว้จับ
การนับไม่ได้มีไว้ให้ไปถึงสิบ ตัวเลขที่หลุดมือคือสิ่งที่ทำให้มองเห็นว่าใจลอยออกไปแล้ว
๏
ตอนออเดอร์แรกเด้งเข้ามา เขาพูดขึ้นมาระหว่างใส่หมวก
“ผมเริ่มหนึ่งใหม่ไปสิบกว่ารอบนะ ในห้านาทีนั้น”
ฉันเปิดดูคะแนนความสงบอีกครั้ง มันไม่มีช่องไหนนับครั้งที่เขาเริ่มใหม่เลย
บทถัดไป · 3 / 13หลุดแล้ว