1 · เครื่องที่ใครก็เห็นว่าได้ผล
มันหน้าตาเหมือนด้ามจับพลาสติก มีเสาอากาศเล็กๆ ยื่นออกไปข้างหน้า คนถือเดินช้าๆ เสาอากาศหันไปทางไหน เขาก็เดินตามไปทางนั้น
เมื่อคนถือรู้ว่าของซ่อนอยู่ที่ไหน มันหาเจอสี่ครั้งจากสี่ เมื่อคนถือไม่รู้ มันหาเจอสามครั้งจากยี่สิบ
ตัวเลขสองชุดนี้มาจากวันเดียวกัน ห้องเดียวกัน กล่องชุดเดียวกัน และทหารสองนายชุดเดียวกันที่ผ่านการรับรองให้ใช้มัน ต่างกันอยู่อย่างเดียว คือตอนที่คนถือเดินเข้าห้อง เขารู้คำตอบหรือไม่
สามร้อยครั้ง
ในประเทศไทย เครื่องนี้ชื่อ GT200 ตามตัวเลขของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หน่วยงานรัฐหลายแห่ง ตั้งแต่กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กรมราชองครักษ์ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ไปจนถึงตำรวจภูธร ซื้อมันรวมกัน 836 เครื่อง เป็นเงินราว 759 ล้านบาท กองทัพบกหน่วยเดียวมีอยู่กว่าเจ็ดร้อยเครื่อง
คนที่ใช้มันไม่ได้ใช้เล่นๆ พวกเขาใช้มันหาระเบิด ผู้บัญชาการทหารบกในเวลานั้นยืนยันต่อสาธารณะว่ามันใช้ได้จริง และยกตัวเลขว่ามันเคยเจอของจริงมาแล้วกว่าสามร้อยครั้ง
อย่าเพิ่งมองข้ามตัวเลขนั้น มันคือหลักฐานชนิดที่หนักแน่นที่สุดที่คนธรรมดามี เห็นกับตา ซ้ำหลายครั้ง จากคนหลายคน และไม่มีใครในนั้นโกหก คนที่เห็นเสาอากาศหันไปหาของจริงกับตาตัวเอง ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เชื่อ
รัฐบาลในเวลานั้นสั่งให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทดสอบเครื่องนี้ ผลที่นายกรัฐมนตรีแถลงเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2010 คือ ทดสอบยี่สิบครั้ง หาวัตถุระเบิดเจอถูกสี่ครั้ง ซึ่งไม่ต่างจากการเดา รัฐบาลสั่งให้ทุกหน่วยงานหยุดซื้อ
การทดสอบครั้งนั้นจัดอย่างไร ใช้กล่องกี่ใบ ใครรู้อะไรบ้าง เล่มนี้หาเอกสารฉบับเต็มไม่พบ
แต่ในปีต่อมา ที่อีกฟากหนึ่งของโลก มีการทดสอบเครื่องรุ่นเดียวกันที่จดทุกขั้นตอนไว้ละเอียดพอให้คนอื่นทำซ้ำได้ และนั่นคือที่มาของตัวเลขสองชุดข้างบน
ห้องบอลรูมร้าง
เม็กซิโกซื้อเครื่องนี้ไปกว่าเก้าร้อยสี่สิบเครื่อง และเคยใช้คำชี้ของมันเป็นเหตุค้นบ้านคน ในคดีหนึ่ง ผู้พิพากษาสั่งให้กองทัพส่งเครื่อง ส่งทหารผู้ชำนาญ และส่งของที่เครื่องควรหาเจอ มาให้นักฟิสิกส์คนหนึ่งทดสอบ เขาชวนนักฟิสิกส์อีกคนมาร่วม ของที่ใช้คือของกลางที่เครื่องเคยชี้เจอในบ้านของจำเลย ยาเม็ดกว่าหนึ่งพันหกร้อยเม็ดกับกระสุนสี่นัด
สนามทดสอบคือห้องบอลรูมร้างยาวเก้าสิบเมตร ในบริเวณของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งเม็กซิโก มีกล่องกระดาษทึบแปดใบหน้าตาเหมือนกันทุกอย่าง ทหารเป็นคนวางกล่องเองทุกใบในตำแหน่งที่ตัวเองเลือก ห่างกันอย่างน้อยหกเมตร
ก่อนเริ่ม ทหารทั้งสองนายเซ็นชื่อในกระดาษแผ่นหนึ่ง ยืนยันว่าห้อง กล่อง และของกลาง ไม่มีอะไรขัดขวางการทำงานของเครื่อง
รอบแรก ทหารนายหนึ่งรู้ว่าของอยู่กล่องไหน เขาเดินไปมาสองสามรอบ แล้วเสาอากาศก็หันไปหากล่องนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก สี่รอบ ถูกสี่ครั้ง
รอบที่สองคือการทดสอบจริง ทหารทั้งสองนายผลัดกันถือเครื่องเข้าไปค้น ทีมที่ซ่อนกับทีมที่หาไม่ได้เจอหน้ากันระหว่างแต่ละรอบ กล่องที่ใช้ซ่อนถูกเลือกด้วยการโยนเหรียญสามครั้ง ซึ่งออกผลได้สองคูณสองคูณสอง เท่ากับแปดแบบ พอดีกับกล่องแปดใบ ไม่มีใครในห้องค้นรู้ว่าของอยู่ไหน กล้องสองตัวถ่ายไว้ตลอด ยี่สิบรอบ ถูกสามครั้ง
ถ้าเครื่องนี้ไม่ทำอะไรเลย และทหารแค่เลือกกล่องมั่วๆ ความบังเอิญจะให้ถูกราวสองครั้งครึ่งจากยี่สิบ สามครั้งจึงเป็นผลที่ความบังเอิญให้ได้สบายๆ
นักฟิสิกส์ทั้งสองยังเตรียมของเทียบไว้อีกอย่าง หลังการค้นแต่ละรอบ พวกเขาให้ทหารโยนเหรียญสามครั้งแล้วจดกล่องที่เหรียญเลือก ผลคือเหรียญเลือกถูกหนึ่งครั้งจากยี่สิบ แย่กว่าเครื่องเสียอีก รายงานของพวกเขาบันทึกไว้อย่างเสียดายว่าการเทียบครั้งนี้ "lacked impressiveness" คือไม่น่าประทับใจเลย
ฟังเหมือนเรื่องตลก และมันก็ตลกจริง แต่มันซ่อนบทเรียนไว้ข้อหนึ่ง ความบังเอิญไม่ได้ให้ผลเท่ากันทุกครั้ง ในยี่สิบรอบ ของสองชิ้นที่ไม่ทำงานเลยอาจได้หนึ่งหรือได้สามทั้งคู่ และความต่างขนาดนั้นไม่ได้บอกอะไร เครื่องไม่ได้ชนะเหรียญ มันแค่โชคดีกว่าเหรียญในบ่ายวันนั้น
ข้อแก้ตัว
ระหว่างการทดสอบ ทหารผู้ใช้เครื่องให้เหตุผลหลายข้อว่าทำไมมันอาจไม่ทำงาน
บางข้อมาก่อนผลจะออก เขาบอกว่าเครื่องจะหยุดทำงานเมื่อคนถือเหนื่อย บางข้อมาหลังจากรู้ว่าห้ารอบแรกพลาดหมด ซองใส่ของกลางมีกลิ่นกัญชาและอาจปนเปื้อนกล่อง ห้องรออยู่คนละชั้น การขึ้นบันไดทำให้หอบ และคู่มือของเครื่องเองก็แนะนำให้ใช้คู่กับสุนัขดมกลิ่น
ทุกข้อฟังขึ้น ไม่มีข้อไหนเป็นเรื่องโกหก และนี่คือเหตุผลที่กระดาษแผ่นที่เซ็นไว้ก่อนเริ่มมีค่ามากกว่าทุกอย่างในวันนั้น มันถูกเขียนก่อนที่ใครจะรู้ผล จึงไม่มีใครเขียนมันเพื่อแก้ตัว
ข้อสรุปของนักฟิสิกส์ทั้งสองเขียนไว้ตรงๆ เครื่องนี้ต้องถูกคนถือบังคับให้ชี้ไปยังที่ที่เขาคาดว่าของซ่อนอยู่ แม้ตัวเขาเองอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังบังคับ ตัวเครื่องไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเลย
เสาอากาศไม่ได้หาของ มันหาความคาดหวังของคนถือ
เรื่องที่เหลือคือการเก็บกวาด BBC นำเครื่องหนึ่งมาผ่าให้ดู และพบพลาสติกธรรมดา ข้างในว่างเปล่า ต้นทุนผลิตราวสองร้อยบาท ปี 2013 ศาลในอังกฤษตัดสินจำคุกเจ้าของบริษัทผู้ผลิตเจ็ดปี ผู้พิพากษากล่าวว่ามันทำงานไม่ดีไปกว่าความบังเอิญ ข่าวการตัดสินรายงานว่าต้นทุนต่อเครื่องไม่ถึงแปดดอลลาร์ ปี 2018 ศาลไทยสั่งจำคุกผู้บริหารบริษัทที่นำเข้ามาขายเก้าปี และระหว่างปี 2021 ถึง 2022 กองทัพบกจ้างหน่วยงานวิทยาศาสตร์แห่งชาติตรวจเครื่องที่ตัวเองมีอยู่ 757 เครื่อง เพื่อใช้ในคดีที่ฟ้องผู้ขาย
ทำไมคนฉลาดจึงเห็นมันทำงาน
ไม่มีใครในเรื่องนี้โง่ ทหารที่ถือมันผ่านการฝึก คนที่ซื้อมันมีงบประมาณและที่ปรึกษา และสามร้อยครั้งที่เจอก็อาจเจอของจริงทุกครั้ง
ปัญหาอยู่ที่สิ่งที่ตาคนเราไม่ได้ถูกสร้างมาให้ทำ ตาเห็นครั้งที่เจอ แต่ไม่ได้นับครั้งที่เดินผ่านไปแล้วไม่มีอะไร และตาไม่มีทางรู้เลยว่าถ้าเดาเอาเฉยๆ จะเจอได้กี่ครั้ง
ตาเห็นเสาอากาศหันไปหาของ แต่ผู้ทดสอบสรุปว่าสิ่งที่พามันหันคือมือของคนถือเอง โดยที่เขาอาจไม่รู้ตัว ถ้าเป็นอย่างนั้น เมื่อคนถือรู้หรือเดาได้ว่าของน่าจะอยู่ตรงไหน เสาอากาศก็จะหันไปตรงนั้น และทุกครั้งที่มันหันถูก ความเชื่อก็หนักขึ้นอีกหนึ่งครั้ง
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเรื่องนี้ไม่ใช่การที่เครื่องไม่ทำงาน แต่คือมันไม่จำเป็นต้องทำงานเลยก็ได้ ขอแค่มีคนที่เชื่อมันถืออยู่ในมือ มันก็ "ได้ผล" ให้เห็นได้ทุกวัน
ประโยค "ลองมาแล้ว ได้ผลจริง" จึงเป็นรายงานจากรอบแรกของการทดสอบ รอบที่คนลองรู้คำตอบอยู่ในใจแล้ว มันไม่ได้โกหก มันแค่ยังไม่เคยเจอรอบที่สอง
สิ่งที่แยกรอบแรกออกจากรอบที่สองในวันนั้นไม่ใช่เครื่องมือราคาแพง มันคือกล่องแปดใบ เหรียญหนึ่งเหรียญ ข้อตกลงที่เซ็นไว้ก่อนเริ่ม และกล้องที่ถ่ายไว้ทุกรอบ
ของสี่อย่างนี้คือวิทยาศาสตร์ทั้งหมดในขนาดที่เล็กที่สุด
จะรู้ว่าบทนี้ผิดเมื่อ: มีการทดสอบแบบปิดตาที่คนถือไม่รู้ว่าของอยู่ไหน แล้วเครื่องตระกูลเดียวกันนี้หาเจอบ่อยกว่าที่ความบังเอิญให้อย่างชัดเจน หรือมีเอกสารชั้นต้นที่แสดงว่าตัวเลขสี่จากสี่และสามจากยี่สิบถูกรายงานผิด
หลักฐาน:
- เครื่องตระกูลนี้หาของไม่ได้ดีกว่าความบังเอิญเมื่อคนถือไม่รู้คำตอบ — แน่น — ป้ายนี้ยืนอยู่บนการทดสอบปิดตาสองชั้นในเม็กซิโก (2011) และคำตัดสินของศาลอังกฤษ (2013) ซึ่งให้ผลไปทางเดียวกัน การทดสอบในไทย (2010) ก็ชี้ไปทางเดียวกัน แต่ไม่ได้นับเป็นฐานของป้าย เพราะไม่รู้ว่ามันออกแบบอย่างไร ทุกแหล่งอยู่ในรายการข้างล่าง
- การทดสอบที่เม็กซิโก วันที่ 21 ตุลาคม 2011 · รู้คำตอบ 4 จาก 4 · ปิดตาสองชั้น 3 จาก 20 เมื่อความบังเอิญคาดไว้ 2.5 · เหรียญที่ใช้เทียบ 1 จาก 20 · ข้อตกลงที่ทหารเซ็นก่อนเริ่ม · ข้อแก้ตัวระหว่างทดสอบ · ข้อสรุปว่าเครื่องถูกคนถือบังคับโดยอาจไม่รู้ตัว · เม็กซิโกซื้อกว่า 940 เครื่อง — พอเชื่อ (การทดสอบหนึ่งครั้ง บันทึกละเอียดทุกขั้นและมีวิดีโอ) — Mochán, W. L., & Ramírez-Solís, A. (2013). Effectiveness of the GT200 Molecular Detector: A Double-Blind Test. arXiv:1301.3971 — https://arxiv.org/abs/1301.3971
- การทดสอบในไทย แถลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2010 ทดสอบ 20 ครั้ง ถูก 4 ครั้ง · 836 เครื่อง 759.14 ล้านบาท ตามตัวเลขของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน · ผลการผ่าเครื่องที่ BBC นำเสนอ ต้นทุนผลิต 213 บาท · คำยืนยันของผู้บัญชาการทหารบกเรื่องการเจอกว่าสามร้อยครั้ง · การตรวจ 757 เครื่องในปี 2021 ถึง 2022 — พอเชื่อ (รายงานข่าวย้อนหลัง เล่มนี้หาเอกสารการทดสอบฉบับเต็มไม่พบ และแหล่งไม่ได้ระบุวันที่ของคำยืนยัน) — THE STANDARD, 6 มิถุนายน 2022 — https://thestandard.co/gt200-history/
- เจ้าของบริษัทผู้ผลิตถูกตัดสินลงโทษในเดือนกรกฎาคม 2013 และจำคุกเจ็ดปี ผู้พิพากษากล่าวว่าเครื่องทำงานไม่ดีกว่าความบังเอิญ · ข่าวรายงานว่าต้นทุนต่อเครื่องไม่ถึง 7.85 ดอลลาร์ — พอเชื่อ (รายงานข่าวฉบับเดียว) — Al Jazeera, 20 สิงหาคม 2013 — https://www.aljazeera.com/news/2013/8/20/briton-jailed-for-selling-fake-bomb-detectors
- ศาลไทยจำคุกผู้บริหารบริษัทผู้จำหน่ายเก้าปี — พอเชื่อ (รายงานข่าวฉบับเดียว) — Bangkok Post, 11 ตุลาคม 2018 — https://www.bangkokpost.com/thailand/general/1555810/man-jailed-over-fake-bomb-detector-fraud