10 · คนกลาง
ในสยามศตวรรษที่ 19 ชายไทยสามัญส่วนใหญ่เป็นไพร่ ต้องสังกัดมูลนาย และต้องเข้าเวรทำงานให้หลวงหรือนายปีละหลายเดือน คนที่มีสังกัดย้ายถิ่นตามใจไม่ได้ และเวลาที่ต้องให้หลวงก็คือเวลาที่ไม่ได้ทำมาหากินให้ตัวเอง
ผู้อพยพจีนไม่ได้อยู่ในระบบนี้ พวกเขาจ่ายภาษีรายหัวทุกสามปี แล้วได้ตราผูกไว้ที่ข้อมือเป็นหลักฐาน คนไทยเรียกภาษีนี้ว่า ผูกปี้ เมื่อจ่ายแล้วก็ไม่ต้องเข้าเวรแรงงาน และเดินทางไปค้าขายได้อย่างเสรี
ในเศรษฐกิจที่แรงงานของคนส่วนใหญ่ถูกผูกไว้กับนาย กลุ่มที่ขยับตัวได้คือกลุ่มที่ได้ทำการค้า รับเหมาเก็บภาษีอากร ตั้งโรงสีข้าว และเดินเรือ ข้อนี้ไม่ต้องใช้วัฒนธรรมมาอธิบายเลย
ใครอพยพมา
นักมานุษยวิทยา G. William Skinner ศึกษาสังคมจีนในไทยไว้ในหนังสือปี 1957 ที่ยังเป็นงานอ้างอิงหลักจนทุกวันนี้ ตามการประเมินของเขาในทศวรรษ 1950 คนจีนในไทยเป็นแต้จิ๋วราว 56% แคะ 16% ไหหลำ 12% กวางตุ้ง 7% และฮกเกี้ยน 7%
ผู้อพยพส่วนใหญ่ไม่ได้มาพร้อมทุน พวกเขามาเป็นแรงงาน ทำงานท่าเรือ เหมืองแร่ และโรงสี หลายคนกลับบ้านเกิด หลายคนอยู่ต่อโดยไม่เคยร่ำรวย ส่วนคนที่ตั้งตัวได้กลายเป็นนามสกุลที่ทุกคนรู้จัก
ตรงนี้คือ survivorship bias คนที่ร่ำรวยมองเห็นได้ทุกวัน บนป้ายห้าง บนตึก และในข่าว ส่วนคนที่ไม่รวยกลืนหายไปในสังคมอย่างเงียบๆ ภาพจำจึงสร้างจากคนกลุ่มที่มองเห็นได้ ไม่ได้สร้างจากทุกคน
รูปแบบเดียวกันในหลายทวีป
ถ้าความสำเร็จทางการค้าของคนจีนในไทยมาจากความเป็นจีน เราไม่ควรเห็นรูปแบบเดียวกันเป๊ะในกลุ่มที่ไม่ใช่จีน แต่เราเห็น
ปี 1973 นักสังคมวิทยา Edna Bonacich เสนอแนวคิด middleman minority หรือชนกลุ่มน้อยที่เป็นคนกลาง เธอรวบรวมกลุ่มที่มีรูปแบบคล้ายกันทั่วโลก ได้แก่ คนยิวในยุโรป คนจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนอินเดียในแอฟริกาตะวันออก คนเลบานอนและซีเรียในแอฟริกาตะวันตก คนอาร์เมเนีย และชาวปาร์ซี
กลุ่มเหล่านี้มีลักษณะร่วมกันหลายข้อ เข้ามาในฐานะคนที่ตั้งใจจะกลับ จึงเก็บออมมากและเลือกงานที่ถอนทุนได้เร็ว ทำธุรกิจครอบครัว ให้กู้ยืมและค้ำประกันกันเองภายในกลุ่ม ไว้ใจกันแน่นในวงใน และมักถูกคนในประเทศเจ้าบ้านมองด้วยความไม่พอใจ
เมื่อกลุ่มที่ต่างกันทั้งภาษา ศาสนา และถิ่นกำเนิด แสดงรูปแบบเดียวกันเพราะยืนอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน คำอธิบายที่ประหยัดที่สุดคือ ตำแหน่งสร้างรูปแบบ ไม่ใช่เชื้อชาติ
ใครคือคนที่ย้าย
แรงอีกตัวหนึ่งคือการคัดเลือกว่าใครย้ายถิ่น การย้ายประเทศต้องใช้ความกล้า ทุน และความอดทน คนที่ย้ายจึงไม่ใช่ตัวอย่างสุ่มจากประเทศต้นทาง
นักสังคมวิทยา Jennifer Lee กับ Min Zhou วัดเรื่องนี้กับผู้อพยพจีนในสหรัฐ ผู้อพยพจีนในสหรัฐ 51% จบปริญญาตรี ขณะที่ผู้ใหญ่ในจีนมีเพียง 4% ผู้อพยพจึงมีโอกาสจบปริญญามากกว่าคนที่อยู่บ้านเกิดกว่าสิบสองเท่า พวกเขาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า hyper-selectivity
ลูกของผู้อพยพกลุ่มนี้ได้รับทั้งการศึกษาของพ่อแม่ เครือข่ายในชุมชน และสถาบันที่ชุมชนสร้างไว้ เช่น โรงเรียนกวดวิชา ความสำเร็จของรุ่นลูกจึงดูเหมือนเป็นเรื่องวัฒนธรรม ทั้งที่ส่วนใหญ่ของมันคือทรัพยากรที่ถูกคัดมาตั้งแต่ก่อนขึ้นเรือ
คำตัดสิน
ภาพจำว่าคนจีนในไทยรวย อธิบายได้ด้วยสี่อย่างที่ไม่ใช่ความเป็นจีน คือตำแหน่งทางกฎหมายที่ปล่อยให้ค้าขายได้ในวันที่คนอื่นถูกผูกไว้ การคัดเลือกว่าใครกล้าย้าย เครือข่ายที่ไว้ใจกันได้ และอคติที่เรามองเห็นแต่คนที่สำเร็จ
ภาพจำแบบนี้มีราคาที่ต้องพูดถึงด้วย Bonacich บันทึกไว้ว่ากลุ่มคนกลางมักเป็นเป้าของความไม่พอใจ และหลายครั้งความไม่พอใจนั้นกลายเป็นความรุนแรง จลาจลที่อินโดนีเซียเมื่อปี 1998 ซึ่งร้านค้าและบ้านของคนเชื้อสายจีนถูกโจมตี เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ยังอยู่ในความทรงจำของคนรุ่นนี้
ภาพจำเชิงบวกไม่ใช่ของขวัญที่มอบให้ใคร มันคือเป้าที่ติดไว้บนหลัง
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีข้อมูลที่พบว่าคนจีนในไทยที่ไม่ได้รับการยกเว้นแรงงานในอดีต หรือผู้อพยพจีนที่ไม่ได้ถูกคัดเลือกด้านการศึกษา มีความสำเร็จทางเศรษฐกิจเท่ากับกลุ่มที่ได้รับข้อได้เปรียบเหล่านั้น หรือพบว่ากลุ่มคนกลางที่มาจากวัฒนธรรมต่างกันไม่ได้แสดงรูปแบบร่วมกันอย่างที่ Bonacich อธิบาย
แหล่ง: Skinner, Chinese Society in Thailand: An Analytical History, Cornell University Press 1957 · Thak Chaloemtiarana, Are We Them? Textual and Literary Representations of the Chinese in Twentieth-Century Thailand, Southeast Asian Studies 2014 — หน้าวารสาร · Bonacich, A Theory of Middleman Minorities, American Sociological Review 1973 · Lee & Zhou, The Asian American Achievement Paradox, Russell Sage Foundation 2015 · Lee & Zhou, Why class matters less for Asian-American academic achievement, 2017 — ฉบับ PDF · ตัวเลขภาษีผูกปี้และปีที่เริ่มเก็บ เล่มนี้ยังไม่ได้ยืนยันจากต้นฉบับของ Skinner จึงไม่ได้พิมพ์ไว้
บทถัดไป · 12 / 1311 · ความเชื่อที่ทำงาน กับความเชื่อที่แค่ทำให้รู้สึกดี