13 · รู้แล้วทำไมยังทำ
ใบเสร็จ · คอร์สออนไลน์ เลิกนิสัยใช้ให้คุ้มใน 21 วัน · 1,990.00
เรียนไปแล้ว: 3 จาก 21 บท
เหตุผลที่ลุงเก็บจะเรียนให้จบ: จ่ายไปแล้ว
คอร์สนี้แต่งขึ้น การรู้ชื่อของอคติไม่ได้ทำให้มันหยุด มันแค่ทำให้คุณรู้ชื่อของสิ่งที่กำลังทำอยู่
ถ้าความรู้หยุดนิสัยนี้ได้ บทที่ 2 ถึง 12 ก็ควรเพียงพอแล้ว และหนังสือเล่มนี้ก็ควรเป็นเล่มสุดท้ายที่ใครต้องอ่านเรื่องนี้ ข้อมูลบอกว่าไม่ใช่ และบอกด้วยว่าอะไรช่วยได้จริง ขนาดไหน
คนอื่นลำเอียง ส่วนเรามองตามจริง
ปี 2002 Pronin กับทีม ถามคนหลายกลุ่ม ตั้งแต่นักศึกษาไปจนถึงผู้โดยสารที่สนามบิน ว่าตัวเองกับคนอื่นตกอยู่ใต้อคติแต่ละแบบมากแค่ไหน โดยเฉลี่ย คนให้คะแนนตัวเองว่าลำเอียงน้อยกว่าคนอื่น ในการทดลองหนึ่ง คนที่ประเมินตัวเองว่าดีกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งเป็นอคติแบบหนึ่ง ได้อ่านคำอธิบายว่าอคตินั้นอาจกระทบการประเมินของเขาอย่างไร แล้วก็ยังยืนยันว่าการประเมินของตัวเองแม่นและเป็นกลาง
นักวิจัยเรียกมันว่า bias blind spot เราเห็นอคติในคนอื่นชัด และเห็นในตัวเองเบลอ งานรวมผลเรื่องต้นทุนจมในบทที่ 3 ก็ชี้ไปทางเดียวกัน ความคุ้นเคยกับเศรษฐศาสตร์ไม่ได้ลดผลนี้
สิ่งที่ช่วยได้จริง และขนาดของมัน
ปี 2015 Morewedge กับทีมให้อาสาสมัครราวห้าร้อยคนฝึกหนึ่งครั้ง ด้วยเกมคอมพิวเตอร์ที่ให้ลองตัดสินใจ แล้วบอกทันทีว่าพลาดตรงไหน หรือด้วยวิดีโออธิบาย แล้ววัดอคติหลายแบบก่อนและหลัง เกมลดคะแนนอคติลงอย่างน้อย 31.94 เปอร์เซ็นต์ทันทีหลังฝึก และยังเหลืออย่างน้อย 23.57 เปอร์เซ็นต์เมื่อวัดซ้ำหลังผ่านไปสองเดือนขึ้นไป วิดีโอได้ผลน้อยกว่า ปี 2019 ทีมที่มีผู้เขียนบางคนเป็นคนเดียวกับงานแรก ทดลองต่อในโลกจริง กับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา 290 คน กลุ่มที่ผ่านการฝึกหนึ่งครั้งเลือกคำตอบที่ลำเอียงในกรณีศึกษาทางธุรกิจน้อยกว่าคนที่ยังไม่ได้ฝึก 19 เปอร์เซ็นต์ งานนี้ไม่ได้สุ่มกลุ่มและไม่ได้ลงทะเบียนแผนไว้ล่วงหน้า
สิ่งที่ต่างระหว่างการอ่านกับการฝึก ไม่ใช่ปริมาณความรู้ มันคือการได้ลองผิดในจังหวะที่ผิดจริง แล้วรู้ทันทีว่าผิด
อีกเครื่องมือหนึ่งคือแผนแบบ ถ้า… ให้… เช่น ถ้าคืนวันอาทิตย์โควตาเหลือ และนึกงานจริงไม่ออกภายในห้านาที ให้ปิดคอม นักวิจัยเรียกมันว่า implementation intentions งานรวมผลล่าสุดของทีมที่บุกเบิกเรื่องนี้รวมการทดสอบ 642 ครั้ง ได้ผลต่อพฤติกรรมจริงในระดับเล็ก และเมื่อปรับแก้เผื่องานที่ไม่พบผลแล้วไม่ได้ตีพิมพ์ ขนาดยิ่งเล็กลงอีก แผนแบบมีเงื่อนไขชัดได้ผลดีกว่าแผนแบบกำหนดตารางเฉย ๆ มันได้ผล แต่ไม่ใช่เวทมนตร์
ยี่สิบเอ็ดวันที่ไม่มีอยู่จริง
ตัวเลขยี่สิบเอ็ดวันเพื่อสร้างนิสัยใหม่ ไม่ได้มาจากการทดลอง งานรวบรวมปี 2024 สืบไปพบว่ามันมาจากหนังสือพัฒนาตัวเองเล่มหนึ่ง และสรุปว่าหลักฐานที่มีหักล้างตัวเลขนี้ งานที่วัดจริงมีไม่กี่ชิ้น งานของ Lally กับทีมในปี 2010 พบว่าค่ากลางของเวลาที่พฤติกรรมใหม่เริ่มทำได้โดยไม่ต้องคิดอยู่ที่ 66 วัน แต่ละคนอยู่ระหว่าง 18 ถึง 254 วัน งานรวบรวมชิ้นนั้นพบค่ากลาง 59 ถึง 66 วัน และค่าเฉลี่ย 106 ถึง 154 วัน คือราวสองถึงห้าเดือน
อีกทางหนึ่งคือผูกมัดตัวเองไว้ล่วงหน้า การทดลองชิ้นหนึ่งให้คนที่อยากเลิกบุหรี่ฝากเงินไว้ ถ้าตรวจผ่านหลังหกเดือนได้เงินคืน ถ้าไม่ผ่านเงินไปบริจาค มีแค่ 11 คนในร้อยที่ยอมสมัคร แต่กลุ่มที่ได้รับข้อเสนอมีโอกาสเลิกได้สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ 3 จุดเปอร์เซ็นต์ และผลยังอยู่เมื่อตรวจแบบไม่บอกล่วงหน้าที่สิบสองเดือน
เงินฝากก้อนนี้กับค่าสมาชิกฟิตเนสในบทที่ 6 ต่างกันหลายอย่าง อย่างหนึ่งคือ ค่าสมาชิกจ่ายไปแล้ว ไปหรือไม่ไปก็ไม่ได้คืน ส่วนเงินฝากยังไม่หาย และจะหายก็ต่อเมื่อพลาด เงินที่จ่ายไปแล้วเป็นเรื่องของเมื่อวาน เงินที่ยังเดิมพันอยู่เป็นเรื่องของคำถัดไป
ทุกตัวเลขในหัวข้อนี้เล็ก และนั่นคือข่าวที่ซื่อสัตย์ที่สุดของเล่ม การเปลี่ยนนิสัยที่มีหลักฐาน ไม่ได้เกิดในวันเดียว ไม่ได้เกิดจากการอ่านจบ และไม่ได้เกิดกับทุกคนเท่ากัน มันเกิดจากการถามคำถามเดิมซ้ำ ณ จุดเดิม หลายสิบครั้ง จนคำถามมาถึงก่อนมือ
ป้าพอไม่เคยลงคอร์ส
หลานโปร: ป้าเลิกนิสัยใช้ให้คุ้มได้ยังไงครับ
ป้าพอ: ป้าไม่เคยเลิก
หลานโปร: แล้วทำไมป้าวางตะเกียบได้
ป้าพอ: วางมาสี่สิบปีแล้ว มือมันวางของมันเอง
ลุงเก็บเรียนคอร์สนั้นจนจบครบยี่สิบเอ็ดบท เพราะจ่ายไปแล้ว วันที่ยี่สิบสอง เขาไปร้านเจ๊ตุ๊ก แล้วกินไปสามสิบถาด
บทถัดไป · 15 / 1614 The Next Bite