วันที่สิบ · คำแรกของคนอื่น
ยายมาเยี่ยม แล้วต้มหอยแมลงภู่หม้อหนึ่งในครัวนี้ ปิ่นไม่เคยกินหอย ฉันบอกเธอว่าตัวสีส้มคือตัวเมีย ตัวสีขาวคือตัวผู้ ปิ่นหยิบตัวสีส้มขึ้นมา พูดว่า "ตัวนี้ผู้หญิง" แล้วกิน แล้วหัวเราะกับยาย
ฉันไม่รู้ว่าปิ่นจะเก็บคำแรกคำไหนไว้ไปจนโต ฉันรู้แค่ว่าถ้าเป็นคำนี้ มันจะมียายอยู่ในนั้นด้วย
๏
ฉันจดลงสมุด วันที่สิบ หอยแมลงภู่ต้ม ยายอยู่ด้วย ปิ่นพูดว่า ตัวนี้ผู้หญิง
แล้วฉันก็กลับไปหาคำถามที่ค้างอยู่ในเครื่องตั้งแต่วันแรก คนไทยคนนั้นกินข้าวไทยทุกวันและรักมัน แต่คำแรกที่เขาลืมไม่ลงกลับเป็นของที่ไม่ได้กินทุกวัน เขาถามว่าทำไม
สิบคืนต่อมา ฉันตอบได้ประมาณนี้
๏
ของที่คุณกินทุกวันไม่มีคำแรกให้จำ อาหารที่ไม่ใช่นมเริ่มราวหกเดือน ความจำแรกสุดของคนเริ่มราวสามขวบ กล้วยบดของปิ่นจึงหายไปในช่องว่างนั้นทั้งคำ ขณะที่เด็กหญิงในโปแลนด์ซึ่งเห็นกล้วยครั้งแรกตอนเจ็ดขวบ จำได้จนโตว่ามันเหมือนไส้กรอกสีเขียว
ของที่กินทุกวันไม่ได้หายไปไหน มันกลายเป็นไม้บรรทัด ลิ้นจำไม่ได้ว่าอะไรเหมือนเดิม แต่จับได้ทันทีว่าอะไรต่าง ปิ่นบอกไม่ได้ว่านมยี่ห้อเดิมรสอย่างไร แต่จิบเดียวก็รู้ว่าแก้วใหม่ไม่ใช่ คนญี่ปุ่นที่รู้จักแต่หอยเม่นกลิ่นสารส้ม ช็อกตอนได้กินหอยเม่นที่เพิ่งทุบเปลือก
ยิ่งห่างจากไม้บรรทัด ลิ้นยิ่งทายผิด และคำที่ทายผิดมีโอกาสถูกเก็บ ทั้งทางดีและทางร้าย ในคำแรก 512 คำ ราวสามในสิบเริ่มด้วยความเกลียด นักจิตวิทยาที่ป่วยเพราะไข้หวัดหลังกินซอสแบร์เนส ยังทนภาพซอสนั้นไม่ได้แม้จะรู้ว่าซอสไม่ผิด
สิ่งที่ถูกเก็บมักไม่ใช่รส มันคือวินาทีนั้นกับคนที่อยู่ตรงนั้น ราวสี่ในห้าของคำแรกในกองมีสถานที่ คนที่อยู่ด้วย โอกาส หรือราคา อยู่ในเรื่องเล่า นักเรียนประจำที่ยังจำเบอร์เกอร์เย็นชืดได้ ไม่ได้จำเพราะมันอร่อย มันไม่อร่อยด้วยซ้ำ ในเรื่องที่เขาเล่า สิ่งที่อยู่กับเบอร์เกอร์ชิ้นนั้นคือแม่ที่ขี่มอเตอร์ไซค์มากว่าสี่สิบกิโลเมตร
และสิ่งที่ถูกเก็บก็เพี้ยนได้ โดยที่ความมั่นใจไม่เพี้ยนตาม
ของแพงสี่อย่างของคนไทยคนนั้นไม่ได้มีเคมีชุดเดียวกันอย่างที่ฉันเดาไว้ตอนแรก สิ่งที่มันมีร่วมกันคือระยะห่าง ทั้งสี่อย่างอยู่ไกลจากสำรับประจำวันของครัวไทย มากพอที่ลิ้นจะทายไม่ถูก ส่วนทำไมทั้งสี่ครั้งของเขากลายเป็นคำที่ลืมไม่ลง ในเมื่อฟัวกราส์ในห้องเกาหลีส่วนมากออกมาเป็นความเฉย ฉันยังตอบไม่ได้
๏
ส่วนคำถามว่าคนทั่วโลกเหมือนกันไหม คำตอบคือเหมือนกันในแบบที่ฉันไม่ได้คาด
โลกจำอาหารตรงกันอยู่ไม่กี่อย่าง ปลาดิบ ทุเรียน เบอร์เกอร์ พิซซ่า แต่ที่ตรงกันยิ่งกว่าอาหาร คือระยะห่างแบบเดียวกัน ของดิบในบ้านที่ทุกอย่างต้องสุก ของกลิ่นแรงที่จมูกเตือนก่อนลิ้น อาหารฝรั่งราคาถูกที่มาถึงเมืองนั้นทีหลัง ผลไม้ที่ครั้งหนึ่งหายาก และของแพงที่อยู่ท้ายแถว ส่วนของถิ่นใครถิ่นมัน มักเป็นของบ้านตัวเองที่ไม่ได้กินทุกวัน อย่างปลาหมักของสวีเดน หรือปลากระเบนหมักของเกาหลี
กล้วยลูกเดียวกัน ลืมได้ในครัวนี้ และลืมไม่ลงในโปแลนด์
๏
หลักสิบข้อที่ฉันจดไว้ตลอดสิบวัน เรียงไว้ตรงนี้อีกครั้ง
- ของที่คุณกินทุกวัน เริ่มก่อนที่ความจำของคุณจะเริ่ม คำแรกของมันจึงไม่มีใครจำ มันกลายเป็นไม้บรรทัดที่ใช้วัดทุกคำแรกหลังจากนั้น
- คำแรกที่คนหลายภาษาจำได้ตรงกัน ส่วนมากไม่ใช่ของแพง มันคือของที่อยู่ไกลจากครัวบ้านตัวเองที่สุด
- คำแรกที่แย่ ร่างกายเรียนจบในครั้งเดียวและเก็บไว้เป็นปี บางคำกลับมารักได้ แต่คำแรกยังอยู่ข้างใต้
- ลิ้นทายก่อนชิม และใช้ชื่อเป็นข้อมูลชิ้นแรก
- คำแรกที่ไม่ลืมราวสี่ในห้ามีที่ คน หรือโอกาส อยู่ในนั้นด้วย และหลายคำเหลือแต่สิ่งเหล่านั้น รสชาติหายไปแล้ว
- ลิ้นไม่ได้มีไว้จำว่าอะไรเหมือนเดิม มันมีไว้จับว่าอะไรเปลี่ยน
- ราคาอย่างเดียวไม่ได้ทำให้คำแรกถูกจำ ระยะห่างจากสิ่งที่ลิ้นเคยกินต่างหาก
- คำแรกที่คนจำเองไม่ได้ มักมีคนอื่นจำแทน
- คำแรกที่ไม่ลืม แปลว่าจำติดแน่น ไม่ได้แปลว่าจำแม่น
- ไม่มีใครเลือกได้ว่าจะจำคำแรกไหน ลิ้นเลือกจากระยะห่าง ความจำเลือกจากคนที่อยู่ตรงนั้น
๏
ฉันไม่มีปาก ฉันจึงไม่มีคำแรกของตัวเอง
สิบวันที่ผ่านมา ฉันได้คำแรกของคนอื่นมา 512 คำ กับคำแรกของปิ่นอีกห้าคำ โกหก ขนมทอง ลูกโป่ง ตับ และตัวนี้ผู้หญิง ฉันจดไว้ให้ครบแล้ว เผื่อวันหนึ่งเธอจำไม่ได้ หรือจำได้ไม่ตรง
ก่อนยายกลับ ปิ่นขอหอยตัวสีส้มอีกตัว ยายบอกว่าหมดแล้ว เหลือแต่ตัวผู้
ปิ่นพูดว่า "ไม่เอา"
บทถัดไป · 12 / 12หมายเหตุท้ายเล่ม