3 · ยิ่งกวาด ยิ่งผิด
มีเว็บหนึ่งอยากเป็นบ้านที่พ่อแม่ปล่อยให้ลูกเข้าได้ มันจึงทำทุกอย่างที่คุณจะบอกให้แอดมินที่ดีคนหนึ่งทำ คือเขียนกติกาติดไว้ให้อ่าน ติดตั้งซอฟต์แวร์คอยกรองคำหยาบ แล้วจ้างคนมานั่งลบโพสต์ที่แย่ออกทุกวัน
แล้วมันก็แพ้คดีหมิ่นประมาทเพราะสามอย่างนั้นพอดี เว็บที่พยายามทำความสะอาดตัวเองแพ้คดี เว็บที่ปล่อยให้เละรอด — กฎหมายกำลังจ่ายเงินให้คนไม่กวาด
บันไดจากบทที่แล้วยังเป็นบันไดอันเดิม ขั้นกลางคือคนที่แบกของของคนอื่นแต่อ่านไม่ไหว ขั้นบนสุดคือคนที่อ่านทุกบรรทัดก่อนปล่อยออกไป เว็บนี้อ่านไม่ไหวเหมือนกับเจ้าอื่นทุกประการ แต่ศาลจับมันขึ้นขั้นบนสุดอยู่ดี และของที่ศาลใช้จับมันขึ้นไป คือความพยายามของมันเอง
โพสต์สองใบในกระดานหุ้น
กระดานนั้นเป็นกระดานหุ้น คนเข้ามาคุยกันเรื่องหุ้น เรื่องกองทุน เรื่องบริษัทไหนกำลังจะเข้าตลาด และใครจะโพสต์อะไรก็โพสต์ได้โดยไม่ต้องบอกว่าตัวเองเป็นใคร ถ้าคุณเคยอยู่ในกลุ่มเทรดหุ้นสักกลุ่ม หรือเคยเปิดห้องคุยหุ้นในเว็บบอร์ด คุณเคยเห็นห้องแบบนี้มาแล้ว มีข่าววงในที่ไม่มีใครรับรอง มีคนเชียร์ มีคนด่า และไม่มีใครรู้ว่าคนที่พิมพ์อยู่ตรงนั้นคือใคร
แล้ววันหนึ่งมีคนไม่ระบุตัวตนโพสต์กล่าวหาวาณิชธนกิจแห่งหนึ่งกับประธานของมัน ว่าทำความผิดอาญาและฉ้อโกงในการพาบริษัทหนึ่งเข้าตลาดหุ้น กระดานนั้นชื่อ Money Talk อยู่บนบริการออนไลน์ชื่อ Prodigy โพสต์ขึ้นวันที่ 23 และ 25 ตุลาคม 1994 และบริษัทที่ถูกกล่าวหาคือ Stratton Oakmont กับ Daniel Porush ถ้อยคำไม่ได้อ้อมเลย การเสนอขายหุ้นของ Solomon-Page Ltd. เป็น "major criminal fraud" และ "100% criminal fraud" · Porush "soon to be proven criminal" · ส่วนบริษัทเป็น "cult of brokers who either lie for a living or get fired"
โจทก์ฟ้องเรียก 200 ล้านดอลลาร์ แล้วขอให้ศาลชี้ขาดประเด็นเดียวก่อนสืบพยาน ว่า Prodigy เป็น publisher หรือไม่ ศาลสูงนิวยอร์ก เขต Nassau ตัดสินวันที่ 24 พฤษภาคม 1995 ให้โจทก์ชนะในประเด็นนั้น ก่อนอ่านต่อ ให้ค้างตัวเลขสองตัวไว้ในหัว ตอนนั้นมีสมาชิกอย่างน้อยสองล้านคน และมีข้อความขึ้นกระดานวันละหกหมื่นข้อความ ลองนึกถึงกลุ่มที่คุณปิดแจ้งเตือนไปแล้ว เพราะตื่นมาทีมีข้อความค้างอยู่เป็นร้อย แล้วถามว่าหกหมื่นข้อความต่อวันเป็นงานของใครได้บ้าง
สามอย่างที่ทำให้ศาลเรียกมันว่าหนังสือพิมพ์
ทั้งสามอย่างคือสิ่งที่เราเรียกกันว่าความรับผิดชอบ
หนึ่ง กติกาชุมชนที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ขอให้สมาชิกงดโพสต์ข้อความที่ "insulting" และแจ้งว่าข้อความที่ "in bad taste or grossly repugnant to community standards" จะถูกลบเมื่อมีคนแจ้ง พร้อมประโยคปิดท้ายว่า "this doesn't mean that anything goes" สอง ซอฟต์แวร์ที่สแกนทุกโพสต์โดยอัตโนมัติเพื่อหาคำหยาบ สาม board leaders ที่มีหน้าที่บังคับใช้กติกา และมีเครื่องมือชื่อ emergency delete function สำหรับลบโพสต์พร้อมส่งคำอธิบายสำเร็จรูป
ไล่สามข้อนั้นอีกรอบช้าๆ กติกาที่ปักหมุดไว้บนสุดของกลุ่ม ตัวกรองคำต้องห้ามที่แอปมีมาให้อยู่แล้ว และแอดมินที่กดลบได้พร้อมข้อความสำเร็จรูปว่าลบเพราะอะไร นี่คือรายการเดียวกับที่เพจดีๆ เกือบทุกเพจในมือถือคุณทำอยู่ตอนนี้ และในคดีนี้ ทั้งสามข้อถูกอ่านเป็นหลักฐานว่าใครเป็นคนคุม
มีของอีกชิ้นที่ทำร้ายจำเลยหนักกว่าสามข้อนี้รวมกัน คือคำพูดของตัวเอง ในบทความที่ผู้บริหารเขียนลงหนังสือพิมพ์ระดับประเทศ บริษัทเปรียบตัวเองกับหนังสือพิมพ์ตรงๆ ว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้น "no responsible newspaper does less" ประโยคนั้นถูกเขียนขึ้นเพื่อขายความน่าเชื่อถือให้พ่อแม่ที่กำลังลังเล แล้วมันก็กลายเป็นคำนิยามที่จำเลยเขียนให้ตัวเอง
ศาลอ่านทั้งหมดนี้แล้วสรุปว่านี่คือการใช้อำนาจบรรณาธิการ และประโยคที่แบกคำตัดสินทั้งฉบับสั้นกว่าที่คุณคิด จำเลยเลือกเองที่จะได้ประโยชน์จากการควบคุมเนื้อหา และการเลือกนั้นเปิดทางให้มันรับผิดมากกว่าเครือข่ายที่ไม่เลือก
ศาลไม่ได้คิดว่าตัวเองกำลังล้มคำตัดสินของสี่ปีก่อนด้วยซ้ำ ศาลเขียนไว้เองว่าเห็นด้วยเต็มที่ และกระดานสนทนาโดยทั่วไปควรถูกมองเหมือนร้านหนังสือกับห้องสมุด สิ่งที่เปลี่ยนสถานะของเว็บนี้คือนโยบายและการจัดคนของเว็บนี้เอง แปลว่าเว็บข้างๆ ที่ไม่ทำอะไรเลย ยังยืนอยู่ขั้นกลางเหมือนเดิมทุกประการ
กติกาที่ศาลเพิ่งประกาศ ถ้าย้ายมาไว้ในมือถือของคุณ อ่านได้แบบนี้ — ลบคอมเมนต์หยาบคายในกลุ่มของคุณสักอันเดียว แล้วคุณเป็นคนรับผิดชอบทุกคอมเมนต์ในกลุ่มนั้น ส่วนเพจข้างๆ ที่ไม่เคยลบอะไรเลย ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรสักอัน
คำตัดสินที่ไม่มีใครลบทิ้งได้
คดีนี้ไม่ได้จบด้วยคำพิพากษา โจทก์ถอนฟ้องไปเองในอีกห้าเดือนถัดมา จำเลยออกแถลงว่าเสียใจหากข้อความของบุคคลนิรนามทำให้ชื่อเสียงของโจทก์เสียหาย และทนายของจำเลยยืนยันต่อสื่อทันทีว่านั่นไม่ใช่คำขอโทษ
แต่ฝ่ายจำเลยขอเงื่อนไขเพิ่มอีกข้อ คือขอให้ศาลเพิกถอนคำตัดสินที่ตัวเองแพ้ทิ้งไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ไม่ยาก ถ้าคุณเป็นเว็บที่เพิ่งถูกประกาศว่าเป็นหนังสือพิมพ์ ของที่คุณอยากให้หายไปไม่ใช่คดี แต่เป็นบรรทัดที่ศาลเพิ่งเขียนลงไป
ศาลปฏิเสธ
เหตุผลคือคำตัดสินนี้เป็นบรรทัดฐานเดียวที่นิวยอร์กมีในเรื่องนี้ การยอมให้คู่ความสองรายลบบรรทัดฐานทิ้งตามข้อตกลงส่วนตัว จะทำให้กฎหมายยิ่งตามเทคโนโลยีไม่ทันเข้าไปอีก วันที่ 11 ธันวาคม 1995 คำขอของ Prodigy ถูกยก คำตัดสินจึงยังอยู่ให้สภาอ่าน บทนี้ว่าด้วยการลบมาทั้งบท และของชิ้นเดียวที่ไม่มีใครลบทิ้งได้ คือคำตัดสินที่ทำโทษคนลบ
ส่วนข้อกล่าวหาในโพสต์นิรนามนั้นกลายเป็นความจริงในภายหลัง ปลายปี 1996 NASD ขับ Stratton Oakmont ออกจนบริษัทต้องปิดตัว และปี 1999 Jordan Belfort กับ Daniel Porush รับสารภาพว่าปั่นหุ้นและฟอกเงิน บริษัทที่ชนะประเด็นนี้ในปี 1995 คือบริษัทเดียวกับใน The Wolf of Wall Street
ถนนที่ไม่มีใครกวาด
เอาสองคดีมาวางข้างกัน ฟอรัมที่เจ้าของเครื่องไม่ได้แตะเนื้อหาเลย ชนะ เว็บที่เขียนกติกา ติดตั้งตัวกรอง และจ้างคนมาลบโพสต์ แพ้ เส้นแบ่งไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาไหนแย่กว่ากัน ไม่ได้อยู่ที่เว็บไหนดูแลผู้ใช้ดีกว่ากัน มันอยู่ที่ใครยื่นมือไปแตะของบนเครื่องตัวเองบ้าง
ลองคิดว่ามันคือกฎจราจรที่เขียนว่า ถ้าคุณไม่เคยกวาดถนนหน้าบ้านเลย คุณไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่ถ้าคุณกวาดสักครั้งเดียว คุณต้องรับผิดชอบเศษขยะทุกชิ้นบนถนนทั้งเส้นไปตลอด แล้วลองยืนอยู่หน้าบ้านตัวเองพร้อมไม้กวาดในมือ แล้วตอบตามตรงว่าคุณจะกวาดไหม
ไม่มีใครกวาด
ข้อที่แสบที่สุดคือกฎแบบนี้ไม่ได้ลงโทษคนที่ทำชั่ว มันลงโทษคนที่เริ่มทำดีแล้วทำได้ไม่ครบ คนเดียวที่ปลอดภัยแน่ๆ คือคนที่ไม่เคยเริ่ม และมันไม่ได้ทำให้ของแย่ๆ บนอินเทอร์เน็ตหายไปแม้แต่ชิ้นเดียว มันแค่ย้ายของแย่ๆ ไปกองอยู่ในที่ที่ไม่มีใครกล้ารับผิดชอบมัน
และถ้าไม่มีใครแก้กติกานี้ อินเทอร์เน็ตที่คุณกำลังใช้อยู่ จะเป็นอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีใครกวาดเลยสักคน
ท่าที่เอาไปใช้ได้: ถ้าคุณดูแลพื้นที่ที่คนอื่นเขียนได้ ให้แยกให้ออกระหว่างกติกาที่คุณประกาศต่อสาธารณะ กับกำลังคนที่คุณมีจริง เพราะสิ่งที่ทำร้าย Prodigy หนักที่สุดในคดีนี้คือคำโฆษณาของตัวเองที่ทำตามไม่ครบ
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีคนไล่คดีหมิ่นประมาทออนไลน์ระหว่างปี 1991 ถึง 1996 แล้วพบว่าศาลอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ได้เดินตามเส้นแบ่ง "คัดกรองแล้วกลายเป็น publisher" — ถ้าเป็นเช่นนั้น คดีนี้คือคำตัดสินเดี่ยวของศาลชั้นต้นรัฐเดียว ไม่ใช่กติกาที่ทั้งตลาดต้องคำนวณตาม และ moral hazard ในบทนี้ก็เล็กกว่าที่เล่าไว้มาก
แหล่ง:
- Stratton Oakmont, Inc. v. Prodigy Services Co., 1995 WL 323710 (N.Y. Sup. Ct., Nassau County, 24 พ.ค. 1995), Ain, J. — ตัวคำสั่งฉบับเต็ม https://digitalfrontiersadvocacy.com/communications-law-issues/online-platform-responsibility/section-230/section-230-cases/stratton-oakmont-v-prodigy/
- คำสั่งยกคำขอ renewal, 1995 WL 805178 (N.Y. Sup. Ct., 11 ธ.ค. 1995) — เหตุผลที่ศาลไม่ยอมเพิกถอนคำตัดสินเดิม https://cyber.harvard.edu/metaschool/fisher/ISP/ISPc4.html
- ค่าเสียหาย 200 ล้านดอลลาร์ การถอนฟ้อง และถ้อยแถลงที่ทนายจำเลยยืนยันว่าไม่ใช่คำขอโทษ — Reporters Committee for Freedom of the Press, 6 พ.ย. 1995 https://www.rcfp.org/broker-drops-suit-against-prodigy-over-anonymous-statements/
- NASD ขับ Stratton Oakmont ออกเดือนธันวาคม 1996 — https://en.wikipedia.org/wiki/Stratton_Oakmont
- คำรับสารภาพปี 1999 และความเชื่อมโยงกับ The Wolf of Wall Street — https://wjlta.com/2022/02/18/stratton-oakmont-v-prodigy-services-the-case-that-spawned-section-230/