6 · ให้ช่องว่าง กับ ใส่คำในปาก
คุณสมัครเว็บหาเพื่อนร่วมห้อง แล้วเจอคำถามที่ข้ามไม่ได้ เพศของคุณ รสนิยมทางเพศของคุณ คุณจะพาเด็กมาอยู่ด้วยไหม ไม่ตอบก็ไม่ได้ใช้เว็บ และคำตอบก็ไม่ใช่ของที่คุณเรียบเรียงเอง มันเป็นเมนูที่คนอื่นเขียนรอไว้แล้ว หน้าที่ของคุณคือเลือกว่าอันไหนใกล้เคียงที่สุด แล้วกดไปหน้าถัดไป
หน้าถัดไปนั้นมีกล่องเปล่าอยู่หนึ่งกล่อง ให้คุณพิมพ์อะไรลงไปก็ได้ตามใจ สองหน้านี้อยู่ติดกัน อยู่บนเว็บเดียวกัน กรอกโดยคนคนเดียวกันในเวลาห่างกันไม่ถึงนาที และศาลตอบมันคนละอย่าง — เว็บเดียวกันได้เกราะครึ่งหนึ่งและไม่ได้อีกครึ่งหนึ่ง เส้นแบ่งคือเว็บให้ช่องว่างเปล่า หรือเว็บเป็นคนเขียนคำถาม
คำถามที่เว็บเป็นคนเขียนเอง
เว็บนั้นชื่อ Roommates.com ตอนที่คดีอยู่ในศาลชั้นต้น มันมีประกาศห้องว่างราวแสนห้าหมื่นรายการ และคนเปิดดูวันละล้านครั้ง ก่อนจะค้นหรือลงประกาศได้ คุณต้องทำโปรไฟล์ก่อน และในโปรไฟล์นั้นเว็บบังคับให้คุณบอกสามอย่าง — เพศ รสนิยมทางเพศ และจะพาเด็กมาอยู่ด้วยหรือเปล่า แล้วมันบังคับให้คุณระบุอีกรอบ ว่าอยากได้คนแบบไหนมาอยู่ด้วย บนสามแกนเดียวกันนั้น
คำตอบไม่ได้พิมพ์เอง มันเป็นเมนูที่เว็บเขียนไว้ให้เลือก คนลงประกาศเลือกได้ว่าในห้องมี "Straight male(s)" "Gay male(s)" "Straight female(s)" หรือ "Lesbian(s)" คนหาห้องเลือกได้ว่าจะอยู่กับผู้ชาย "Straight or gay" เฉพาะ "Straight" เฉพาะ "Gay" หรือ "No males" เรื่องเด็กก็เหมือนกัน "Children present" กับ "Children not present" แล้วเว็บเอาคำตอบเหล่านั้นไปกรองผลค้นหา และเลือกว่าจะส่งอีเมลแจ้งห้องว่างไปหาใครบ้าง
กฎหมายที่ถูกยกขึ้นมาคือ Fair Housing Act ของรัฐบาลกลาง มาตรา 3604(c) ห้ามทำให้เกิดข้อความเกี่ยวกับการขายหรือให้เช่าที่อยู่อาศัย ที่แสดงความชอบหรือการเลือกปฏิบัติ คำถามของคดีนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเป็นคนพิมพ์ถ้อยคำนั้น แต่อยู่ที่ว่าใครทำให้มันเกิดขึ้นมา
ศาลผ่าเว็บหนึ่งเว็บออกเป็นสองท่อน
ศาลอุทธรณ์เขต 9 ไม่ได้ตอบว่าเว็บนี้ได้เกราะหรือไม่ได้ มันแยกเว็บออกเป็นส่วนๆ แล้วตอบทีละส่วน ส่วนของคำถาม ไม่ได้เกราะ เหตุผลสั้นมาก — เว็บเป็นคนเขียนคำถามและเขียนตัวเลือกเอง เว็บจึงเป็น information content provider ของคำถามนั้น ศาลเทียบให้เห็นภาพว่ามันไม่ต่างจากนายหน้าที่บอกลูกค้าว่า "Tell me whether you're Jewish or you can find yourself another broker"
ของที่งอกออกมาจากคำตอบก็ล้มตามกันไปหมด โปรไฟล์ที่ประกอบจากคำตอบ ระบบค้นที่กรองด้วยคำตอบ และอีเมลที่ส่งตามคำตอบ ไม่ได้เกราะทั้งหมด เส้นที่ศาลวางไว้มีถ้อยคำของมันเอง เว็บเสียเกราะเมื่อมัน "materially contributing to its alleged unlawfulness" — มีส่วนร่วมอย่างมีสาระสำคัญต่อความผิดกฎหมายของเนื้อหานั้น ไม่ใช่แค่ช่วยให้เนื้อหาเกิดขึ้น เครื่องมือกลางๆ ที่คนเอาไปใช้ทำเรื่องผิดกฎหมาย ยังได้เกราะอยู่
ช่องเปล่าที่มีคำแย่กว่าอยู่ข้างใน
ปลายทางของการสมัคร มีอีกหน้าหนึ่ง หน้านั้นชวนให้คุณ "เขียนสักย่อหน้าสองย่อหน้าบรรยายตัวเอง และบอกว่าอยากได้เพื่อนร่วมห้องแบบไหน" แล้วให้กล่องข้อความเปล่ามาหนึ่งกล่อง ไม่มีเมนู ไม่มีตัวเลือก ไม่มีใครบอกคุณว่าควรพูดถึงเรื่องอะไร
สิ่งที่คนพิมพ์ลงไปในกล่องนั้น แย่กว่าเมนูของเว็บอย่างเทียบกันไม่ติด คำวินิจฉัยยกตัวอย่างจริงมาให้ดู คนที่เขียนว่าตัวเอง "[p]ref[er] white Male roommates" คนที่เขียนว่าผู้สมัคร "MUST be a BLACK GAY MALE" คนที่เขียนว่า "NOT looking for black muslims"
ช่องนั้นได้เกราะเต็ม
อ่านสองบรรทัดนี้ติดกันอีกรอบ เมนูที่ให้เลือกว่า "No males" เสียเกราะ ส่วนกล่องที่มีคำว่า black muslims อยู่ข้างใน ไม่เสีย เหตุผลของศาลคือเว็บไม่ได้บอกว่าให้เขียนอะไรลงไป ไม่ได้ชี้นำ ไม่ได้ออกแบบคำตอบไว้ล่วงหน้า ถ้อยคำในคำวินิจฉัยคือ "Its simple, generic prompt does not make it a developer of the information posted"
ฝ่ายโจทก์เถียงว่าคำถามเลือกปฏิบัติที่มาก่อนหน้า ทำให้คนเข้าใจว่าควรเขียนอะไรในกล่อง ศาลตอบว่าแรงส่งที่ข้ามมาจากหน้าก่อน อ่อนเกินกว่าจะถอดเกราะได้ สองหน้าอยู่ติดกัน คนกรอกคนเดียวกัน หน้าจอเดียวกัน แต่ในสายตาของกฎหมาย มันคือเว็บคนละเว็บ
เส้นที่คุณเอาไปวัดเว็บของคุณเองได้
ศาลเขียนกติกาไว้ให้เป็นประโยคเดียว
"If you don't encourage illegal content, or design your website to require users to input illegal content, you will be immune"
เอาไปวัดเว็บที่คุณใช้อยู่ได้เลย ถามข้อเดียวว่าถ้อยคำที่มีปัญหานั้นมาจากไหน มาจากเมนูที่เว็บเขียนขึ้นเอง หรือมาจากกล่องเปล่าที่คุณพิมพ์เข้าไป ฟอร์มสมัครงานที่บังคับให้เลือกช่วงอายุจาก dropdown อยู่คนละฝั่งของเส้นนี้กับช่อง "ข้อมูลเพิ่มเติม" ที่ผู้สมัครพิมพ์เอง ประกาศห้องเช่าที่มีปุ่มให้กดว่ารับเด็กหรือไม่รับ ก็อยู่คนละฝั่งกับประกาศที่เจ้าของห้องพิมพ์เงื่อนไขของตัวเองลงไป ทั้งที่สิ่งที่โผล่บนหน้าจอคนอ่านอาจเหมือนกันทุกตัวอักษร
และถ้าคุณอยากรู้ว่าเสียเกราะแล้วแปลว่าแพ้หรือเปล่า เว็บนี้ตอบให้แล้ว สี่ปีต่อมาศาลเดิมตัดสินเนื้อหาคดี แล้วบอกว่ากฎหมายห้ามเลือกปฏิบัติด้านที่อยู่อาศัยไม่คลุมการเลือกคนมาอยู่ร่วมห้องกัน เว็บชนะ เสียเกราะจึงไม่ได้แปลว่าผิด มันแปลว่าต้องขึ้นศาลไปสู้กันจนจบ ซึ่งเป็นคนละราคากันมาก
คำว่าแย่ไม่เคยอยู่ในสมการนี้เลย ข้อความในกล่องเปล่าแย่กว่า และได้เกราะมากกว่า เพราะคำถามไม่ได้มาจากเว็บ
ท่าที่เอาไปใช้ได้: เวลาเจอข้อความเลือกปฏิบัติบนเว็บไหน ให้แยกก่อนว่ามันมาจากช่องที่ผู้ใช้พิมพ์เอง หรือมาจากตัวเลือกที่เว็บเขียนไว้ให้กด ความรับผิดของเว็บเปลี่ยนที่จุดนั้น ไม่ได้เปลี่ยนที่ความแรงของถ้อยคำ
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: ศาลอุทธรณ์เขตอื่นปฏิเสธเกณฑ์ material contribution อย่างชัดเจน หรือศาลสูงสุดวางเกณฑ์ใหม่ว่าอะไรนับเป็นการ develop เนื้อหาของคนอื่น
แหล่ง:
- Fair Housing Council of San Fernando Valley v. Roommates.com, LLC, 521 F.3d 1157 (9th Cir. 2008) (en banc) — https://cdn.ca9.uscourts.gov/datastore/opinions/2008/04/02/0456916.pdf
- คำวินิจฉัยฉบับเต็มแบบอ่านบนเว็บ — https://caselaw.findlaw.com/court/us-9th-circuit/1493375.html
- Fair Housing Council of San Fernando Valley v. Roommate.com, LLC, 666 F.3d 1216 (9th Cir. 2012) — คำตัดสินเนื้อหาคดี — https://law.justia.com/cases/federal/appellate-courts/ca9/09-55272/09-55272-2012-02-02.html
- 47 U.S.C. § 230(f)(3) — นิยาม information content provider — https://www.law.cornell.edu/uscode/text/47/230
- Fair Housing Act, 42 U.S.C. § 3604(c)