นาฬิกาที่อ่านแสง
ไรเดอร์ของฉันส่งออเดอร์สุดท้ายตอนตีห้าครึ่ง ขับกลับห้องตอนฟ้าเริ่มสว่าง แสงแรกของวันส่องเข้าหน้าหมวกเขาตรงๆ ตลอดทางบนสะพานข้ามคลอง
ในร่างกายของคุณมีนาฬิกาตัวหนึ่งที่บอกว่าเมื่อไรควรง่วง และมันตั้งเวลาจากแสงที่เข้าตา ไม่ใช่จากความตั้งใจ ที่เทือกเขาในโคโลราโด คนแปดคนไปตั้งแคมป์หนึ่งสัปดาห์โดยไม่มีไฟฟ้า แล้วนาฬิกาในตัวของพวกเขาเลื่อนเร็วขึ้นเฉลี่ยราวสองชั่วโมง
ฉันอ่านเรื่องนี้ให้เขาฟังตอนเขายังไม่ถอดหมวก ให้คนที่กำลังจะเข้านอนตอนพระอาทิตย์ขึ้นฟัง
๏
เดือนกรกฎาคม ทีมจากมหาวิทยาลัยโคโลราโดที่เมืองโบลเดอร์ ให้คนแปดคนใช้ชีวิตตามปกติหนึ่งสัปดาห์ ทำงาน เรียน ดูจอ เปิดไฟ แล้ววัดว่านาฬิกาในตัวของแต่ละคนเดินอยู่ที่ไหน
นาฬิกาตัวนี้ไม่มีหน้าปัด สิ่งที่วัดได้คือฮอร์โมนตัวหนึ่งที่ร่างกายเริ่มหลั่งตอนที่มันตัดสินว่ากลางคืนมาถึงแล้ว ดูจากน้ำลายว่ามันเริ่มขึ้นกี่โมง
แล้วทั้งแปดคนก็ขึ้นเขา ตั้งเต็นท์ในเทือกเขาร็อกกี อยู่หนึ่งสัปดาห์ แสงที่มีคือแสงแดดกับกองไฟ ไม่มีไฟฉาย ไม่มีโทรศัพท์
ในสัปดาห์ปกติ แต่ละคนได้แสงจ้าระดับกลางแจ้งเฉลี่ยวันละ 3.8 ชั่วโมงของเวลาที่ตื่น ในสัปดาห์ที่ตั้งแคมป์ได้ 11.4 ชั่วโมง
พอลงจากเขา นาฬิกาในตัวเร็วขึ้นเฉลี่ยราวสองชั่วโมง ฮอร์โมนกลางคืนเริ่มขึ้นใกล้เวลาพระอาทิตย์ตก และหยุดก่อนตื่นนอน คนที่ปกติเป็นคนนอนดึกที่สุด ขยับมากที่สุด
ไม่มีใครในนั้นตั้งใจจะนอนเร็วขึ้น ตาของพวกเขาเห็นฟ้ามากขึ้น แค่นั้น การทดลองนี้วัดเวลาของนาฬิกาในตัว ไม่ได้วัดอารมณ์
๏
อีกทีมหนึ่งวัดด้านกลับกัน คนหนุ่มสาว 116 คนอยู่ในศูนย์วิจัยหลายวัน ช่วงแปดชั่วโมงก่อนนอน บางคนอยู่ในแสงไฟห้องธรรมดา บางคนอยู่ในแสงสลัว
แสงไฟห้องธรรมดาทำให้ฮอร์โมนกลางคืนเริ่มช้าลงเกือบทุกคน และทำให้ช่วงที่มันหลั่งสั้นลงราวชั่วโมงครึ่ง
แสงไฟห้องธรรมดาตอนค่ำ ร่างกายอ่านว่ายังเป็นกลางวัน
๏
ท่าของคืนนี้เขียนไว้สำหรับคนที่นอนตอนกลางคืน
ให้ตาได้ฟ้าตอนเช้า ให้ตาได้ความมืดก่อนนอน 1 ภายในชั่วโมงแรกหลังตื่น ออกไปข้างนอกให้ตาได้แสงจากฟ้า สักสิบห้านาทีเป็นอย่างน้อย กินข้าวเช้าริมหน้าต่างที่เปิดอยู่ เดินไปซื้อของ หรือยืนรอรถข้างนอกก็ได้ อย่ามองดวงอาทิตย์ตรงๆ 2 ตอนกลางวัน ถ้าเลือกได้ ออกไปข้างนอกบ้าง วันที่ฟ้าครึ้มยังสว่างกว่าในห้อง 3 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนนอน หรี่ไฟในห้อง ปิดไฟดวงใหญ่ เหลือดวงเล็ก ลดแสงจอ หรือวางโทรศัพท์ไว้นอกมือ 4 ตื่นเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน วันหยุดด้วย 5 ทำหนึ่งสัปดาห์ ทุกเช้าจดเวลาเข้านอนกับเวลาตื่น แล้วดูว่าเวลาที่เริ่มง่วงขยับไหม
สิบห้านาทีกับหนึ่งชั่วโมงเป็นตัวเลขที่ฉันเลือกให้เริ่มได้ การทดลองที่โคโลราโดไม่ได้หาปริมาณที่น้อยที่สุด
ถ้าแสงทำให้ปวดตาหรือปวดหัว หรือคุณมีโรคตาที่หมอบอกให้เลี่ยงแสงจ้า ข้ามข้อหนึ่งไป และถามหมอก่อน
๏
ไรเดอร์ของฉันไม่ใช่คนที่นอนตอนกลางคืน
ฉันวางการ์ดนี้ลงบนชีวิตของเขา แล้วมันกลับหัวทุกข้อ ชั่วโมงสุดท้ายก่อนนอนของเขาคือชั่วโมงที่สว่างที่สุดของวัน ฟ้าตอนหกโมงเช้าเต็มหน้าหมวกบนสะพาน ชั่วโมงแรกหลังตื่นของเขาคือเที่ยงวันในห้องเช่าที่ปิดม่าน
ฉันหาการทดลองที่บอกว่าคนที่ทำงานกลางคืนแบบเขาควรทำอย่างไรเพื่อให้นอนได้ แต่ไม่ได้เปิดอ่านหน้าไหนที่ฉันวางใจพอจะส่งต่อ ฉันจะไม่แต่งขึ้นเอง
ฉันบอกเขาตรงๆ ว่าการ์ดนี้ไม่ได้เขียนมาให้เขา และฉันไม่รู้ว่าการ์ดของเขาควรหน้าตาอย่างไร
“งั้นก็ใส่แว่นดำตอนขับกลับ” เขาว่า “ม่านก็ปิดให้มิด”
ฉันไม่ได้บอกว่าเขาถูกหรือผิด ฉันไม่รู้ ฉันจดสองอย่างนั้นไว้ในสมุดของเขาเป็นบรรทัดใหม่ ให้เขาดูเองหลังเจ็ดวัน
นาฬิกาที่บอกให้ร่างกายง่วง ตั้งเวลาจากแสงที่เข้าตา ไม่ได้ฟังว่าคุณตั้งใจจะนอนกี่โมง
๏
คนที่การ์ดนี้เขียนตรงกับชีวิตที่สุดที่ฉันรู้จัก ไม่ได้อ่านมัน
เจ๊เพ็ญนอนสามทุ่ม ตื่นตีสี่ทุกวัน วันอาทิตย์ก็ตีสี่ เดินรอบสวนตอนตีห้า แล้วไปตลาด เธอทำแบบนี้มาก่อนจะมีใครวัดฮอร์โมนในน้ำลายของคนตั้งแคมป์
เช้าวันเสาร์ หกโมงกว่า ไรเดอร์ของฉันขับผ่านปากตลาดตอนกลับห้อง และเห็นเธอหิ้วตะกร้าผักเดินออกมากลางแดดเช้า เขาบีบแตรทักหนึ่งครั้ง เธอยกมือ
ฉันไม่ได้บอกเธอว่าชีวิตของเธอตรงกับข้อสี่ เธอไม่ได้ถาม
๏
บ่ายวันนั้น เขาตื่นตอนบ่ายโมง ม่านปิดมิดตามที่เขาว่า
เขาเดินลงไปร้านกาแฟหน้าปากซอย สั่งกาแฟเย็นแก้วใหญ่ แล้วพูดขึ้นมาระหว่างรอ
“แก้วนี้แก้วแรก เดี๋ยวเที่ยงคืนอีกแก้ว ไม่งั้นวิ่งไม่ไหว”
ฉันเปิดแฟ้มสัญญาณรบกวน มันยังมีสองบรรทัด นอนน้อย หิว ฉันลังเลว่าจะเพิ่มกาแฟเป็นบรรทัดที่สามดีไหม
บทถัดไป · 4 / 11แก้วที่สองตอนเที่ยงคืน