สิบสี่กับสี่สิบเอ็ด
ไรเดอร์ของฉันถามว่าหัวใจเขาเต้นช้าลงไหม ฉันตอบไม่ได้ ฉันได้ยินลมหายใจเขาทุกคืน แต่ไม่เคยได้ยินหัวใจเขาเลย
หัวใจของคุณเต้นอยู่ตลอดเวลาที่คุณอ่านประโยคนี้ และคุณอาจไม่ได้ยินมันเลย ที่ซัสเซกซ์ในอังกฤษ คน 80 คนนั่งนับจังหวะหัวใจของตัวเองโดยไม่แตะชีพจร ความแม่นของการนับ กับความมั่นใจว่านับแม่น กลายเป็นคนละเรื่องกัน
ท่าของคืนนี้คือฟังหัวใจจากข้างใน แล้วจับมันจากข้างนอกเทียบ ฉันทำไม่ได้ทั้งสองครึ่ง
๏
ทีมจากโรงเรียนแพทย์ไบรตันและซัสเซกซ์ กับศูนย์วิจัยเรื่องการรู้สึกตัวของมหาวิทยาลัยซัสเซกซ์ อยากรู้ว่าคนรู้สึกถึงร่างกายตัวเองได้แม่นแค่ไหน และรู้ไหมว่าตัวเองแม่นแค่ไหน
งานที่ใช้เป็นงานที่ห้องทดลองหลายแห่งใช้มาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1980 นั่งนิ่ง ไม่แตะคอ ไม่แตะข้อมือ นับจังหวะหัวใจที่รู้สึกได้ในช่วงเวลาสั้นๆ แล้วนักวิจัยเทียบตัวเลขนั้นกับเครื่องที่วัดหัวใจจริง
พวกเขาวัดสามอย่างกับคน 80 คน นับได้แม่นแค่ไหน คนนั้นบอกว่าตัวเองรู้สึกถึงร่างกายดีแค่ไหน และหลังนับแต่ละรอบ คนนั้นมั่นใจแค่ไหนว่านับถูก
สามอย่างนั้นแยกจากกัน คนที่บอกว่าตัวเองรู้สึกถึงร่างกายดี ไม่ได้นับแม่นกว่าคนอื่นเสมอไป คนที่มั่นใจ ไม่ได้แม่นกว่าคนที่ไม่มั่นใจ สามอย่างนั้นเริ่มไปด้วยกันเฉพาะในกลุ่มคนที่นับแม่นที่สุด
๏
อีกทีมหนึ่งที่มหาวิทยาลัยลูแวงในเบลเยียม ให้คน 572 คนทำงานเดียวกัน แล้วดูว่านับผิดไปทางไหน
นับขาดมากกว่าเกินอย่างท่วมท้น ความผิดพลาดมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์คือนับได้น้อยกว่าที่หัวใจเต้นจริง และตัวเลขที่คนนับได้ ไปตามจังหวะหัวใจจริงแค่นิดเดียว
ทีมนั้นใช้ผลนี้ตั้งคำถามว่างานนับหัวใจวัดสิ่งที่มันตั้งใจวัดได้จริงไหม เรื่องนั้นยังเถียงกันอยู่ สิ่งที่ตัวเลขชุดนั้นบอกตรงๆ คือ หัวใจเต้นอยู่ และเมื่อคนในห้องนั้นนับผิด แทบทุกครั้งคือได้ยินมันไม่ครบ
ร่างกายไม่ได้เงียบ หูที่ฟังจากข้างในต่างหากที่เบา
๏
วิธีของคืนนี้
ฟังหัวใจ แล้วจับเทียบ 1 นั่งนิ่งสักสองนาทีก่อนเริ่ม หายใจตามปกติ ไม่ต้องกลั้น 2 ให้คนอื่นจับเวลาให้ หรือตั้งนาฬิกาที่ดังเมื่อครบ 30 วินาที 3 หลับตา ไม่แตะคอ ไม่แตะข้อมือ ไม่กดหน้าอก นับเฉพาะจังหวะที่รู้สึกได้จริง ไม่ต้องเดา ถ้าไม่รู้สึกเลย ตัวเลขของคุณคือศูนย์ และนั่นก็เป็นคำตอบ 4 จดตัวเลข 5 แล้ววางสองนิ้วที่ข้อมือด้านนิ้วโป้ง หรือที่ข้างลำคอ นับชีพจรอีก 30 วินาที จดตัวเลข 6 เทียบสองตัวเลข ไม่ต้องดีใจหรือเสียใจกับมัน แล้วหยุด ทั้งหมดใช้ไม่เกินห้านาที ทำซ้ำวันอื่น เวลาอื่น หลังเดิน หลังกิน หลังกาแฟ
สามสิบวินาทีเป็นตัวเลขที่ฉันเลือก ห้องทดลองใช้หลายช่วงเวลาไม่เท่ากัน
ถ้าการตั้งใจฟังหัวใจทำให้กลัว หรือทำให้ใจสั่นจนไม่หาย หยุด ลืมตา ทำอย่างอื่น ถ้าใจสั่นกลับมาบ่อย หรือนานเกินไม่กี่นาที บอกหมอ ถ้าใจสั่นไม่หยุด หรือมาพร้อมเจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือจะเป็นลม โทร 1669 และอย่าขับรถไปโรงพยาบาลเอง
๏
ไรเดอร์ของฉันลองที่เบาะรถตอนตีหนึ่ง ฉันจับเวลาให้ ซึ่งเป็นส่วนเดียวในท่านี้ที่ฉันทำได้
สามสิบวินาทีแรก เขาหลับตานิ่ง ฉันได้ยินแค่ลมหายใจเขากับแตรรถสองครั้ง
“สิบสี่” เขาว่า
แล้วเขาวางสองนิ้วที่ข้อมือ อีกสามสิบวินาที
“สี่สิบเอ็ด”
ฉันได้ยินสองตัวเลขนั้น ฉันไม่ได้ยินจังหวะไหนเลยสักจังหวะ ทั้งจากข้างในตัวเขา และจากข้างในตัวฉันเอง ซึ่งไม่มีอะไรจะเต้น
๏
เขาลองอีกรอบหลังเดินรอบลานจอดรถสิบนาที รอบนั้นได้ยี่สิบห้า กับสี่สิบหก
“ตอนเหนื่อยมันดังกว่า” เขาว่า “ตอนนั่งเฉยๆ มันหายไปเลย ทั้งที่มันก็เต้นอยู่”
เขาจดสี่ตัวเลขนั้นไว้ในแอปโน้ตของเขาเอง ฉันไม่ได้รวม ไม่ได้ให้คะแนน และไม่ได้เก็บไว้กับตัว
หัวใจเต้นอยู่ทั้งวัน แต่หูที่ฟังมันจากข้างในนั้นเบา และความมั่นใจว่าได้ยิน เป็นทักษะอีกอย่างหนึ่ง ไม่ใช่การได้ยิน
๏
คืนนั้นฉันเปิดแฟ้มถามก่อน มันมีสามบรรทัด นอนกี่ชั่วโมง แก้วสุดท้ายกี่โมง กินครั้งล่าสุดเมื่อไร
ฉันเพิ่มบรรทัดที่สี่ วันนี้ขยับตัวบ้างไหม แล้วบรรทัดที่ห้า ลมหายใจตอนนี้เป็นอย่างไร
ห้าบรรทัด ห้าคำถาม ฉันคิดว่าถ้าได้คำตอบครบห้า ฉันจะรู้ว่าใจเขาเป็นอย่างไรก่อนเขาบอก
๏
ตีสามครึ่ง ถนนเลียบคลองว่างทั้งสาย ไรเดอร์ของฉันหาวสามครั้งในหนึ่งนาที
ครั้งที่สี่ หัวของเขาตกลงเล็กน้อย แล้วเงยขึ้นเร็ว ล้อหน้าแฉลบไปทางขอบทาง
เขาไม่ได้พูดอะไร ฉันได้ยินเสียงเบรกครั้งเดียว
บทถัดไป · 9 / 11ง่วงแล้วจอด