2 · คำถามที่ผิดตั้งแต่คำแรก
ลองถามคำถามนี้กับตัวเองดู
ทำไมธรรมชาติไม่สร้างให้เรามีความสุขตลอดเวลา จะได้มีกำลังใช้ชีวิต
ความสุขไม่ใช่ของที่คุณถือไว้ได้ เพราะมันไม่ใช่ของ มันคือมิเตอร์
และมิเตอร์ที่ค้างอยู่ที่ขีดสูงสุดตลอดเวลา ไม่ใช่มิเตอร์ที่ดี มันคือมิเตอร์ที่เสีย
ทำไมคำถามถึงฟังดูสมเหตุสมผลมาก
คำถามนั้นไม่ได้โง่เลย มันสมเหตุสมผลจนน่ารำคาญ
ตรรกะของมันแน่นมาก ถ้าความสุขทำให้เรามีแรง และแรงทำให้เราอยู่รอดได้ดีขึ้น สิ่งมีชีวิตที่มีความสุขตลอดเวลาก็ควรจะชนะสิ่งมีชีวิตที่เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เมื่อเวลาผ่านไปหลายล้านปี โลกก็ควรจะเต็มไปด้วยสัตว์ที่ฟิน
โลกไม่ได้เป็นแบบนั้น และเหตุผลอยู่ในคำว่า "มีแรง"
ลองคิดถึงมาตรวัดน้ำมันในรถคุณ
หน้าที่ของมันไม่ใช่ทำให้คุณรู้สึกดี หน้าที่ของมันคือบอกว่าตอนนี้เหลือเท่าไหร่ ถ้าเข็มชี้เต็มถังตลอดเวลาไม่ว่าจะมีน้ำมันจริงแค่ไหน คุณจะไม่เติมน้ำมัน แล้วคุณจะจอดตายกลางทาง
มาตรวัดที่ชี้เต็มตลอดไม่ได้ทำให้รถวิ่งได้ไกลขึ้น มันทำให้คุณไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องเติม
อารมณ์คือเครื่องจัดสรร ไม่ใช่รางวัล
ลองสังเกตตัวเองในสองสถานการณ์นี้
วันที่ทุกอย่างกำลังไปได้ดี คุณตื่นเช้าขึ้น ทำอะไรได้มากขึ้น กล้าทักคนแปลกหน้ามากขึ้น
วันที่ทุกอย่างพัง คุณไม่อยากลุกจากเตียง ไม่อยากเจอใคร ไม่อยากเริ่มอะไรใหม่
คนส่วนใหญ่อ่านสองอย่างนี้ว่าเป็นผลของสถานการณ์ คือเรื่องดีทำให้อารมณ์ดี เรื่องแย่ทำให้อารมณ์แย่
มีคำอธิบายอีกแบบที่กลับทิศ และเรียบง่ายกว่าที่ควรจะเป็น
อารมณ์ทำหน้าที่จัดสรรความพยายาม
คนที่เสนอคำอธิบายนี้คือนักจิตเวชวิวัฒนาการชื่อ Randolph Nesse
อารมณ์ดีเหมาะกับสถานการณ์ที่การลงแรงให้ผลตอบแทน — คุณอยู่ถูกที่ ทางข้างหน้าเปิดอยู่ ลงแรงไปแล้วได้อะไรกลับมา ระบบจึงเร่งเครื่อง
อารมณ์ต่ำเหมาะกับสถานการณ์ตรงข้าม คือเมื่อการลงแรงต่อไปจะเสียเปล่า หรือแย่กว่านั้นคือเป็นอันตราย Nesse ระบุสี่สถานการณ์ที่อารมณ์ต่ำทำหน้าที่ยับยั้งไว้ได้ถูก คือเมื่อคุณกำลังจะท้าทายคนที่แข็งแรงกว่าแล้วแพ้แน่ เมื่อทรัพยากรที่จำเป็นไม่มีอยู่จริง เมื่อการดันต่อจะทำร้ายร่างกายตัวเอง และเมื่อคุณกำลังจะทิ้งสิ่งที่ยังพอมีทางฟื้น ทั้งที่ทางเลือกอื่นแย่กว่า
สังเกตให้ดีว่าทั้งสี่ข้อคือ การไม่ทำ และการไม่ทำในเวลาที่ถูกต้อง ไม่เคยมีใครให้รางวัลมัน แต่มันคือสิ่งที่ทำให้บรรพบุรุษคุณมีลูก
ถ้าอารมณ์คือเครื่องจัดสรรความพยายาม อารมณ์ที่ดีตลอดเวลาก็คือเครื่องจัดสรรที่พูดว่า "ลงแรงต่อไป" ในทุกสถานการณ์
รวมถึงสถานการณ์ที่การลงแรงต่อไปแปลว่าตาย
ข้อโต้แย้งที่เงียบที่สุดและหนักที่สุด
มีข้อโต้แย้งอีกชิ้นหนึ่งที่ผมว่าหนักที่สุดในเรื่องทั้งหมดนี้
และสิ่งที่ทำให้มันหนักคือ มันไม่ได้อาศัยการทดลองอะไรเลย
มันอาศัยสิ่งที่เราไม่เห็น
ถ้าอารมณ์ดีระดับสูงตลอดเวลาให้ความได้เปรียบทางวิวัฒนาการจริง การคัดเลือกตามธรรมชาติมีเวลาหลายร้อยล้านปีที่จะเลื่อนค่าเฉลี่ยของอารมณ์ขึ้นไปตรงนั้น มันเลื่อนค่าอื่น ๆ มาแล้วนับไม่ถ้วน อุณหภูมิร่างกาย ความดันเลือด ความไวของจอตา
มันไม่ได้เลื่อนอารมณ์ขึ้นไป
การที่มันไม่ทำ ทั้งที่มีเวลาและมีวัตถุดิบ คือหลักฐานว่าตรงนั้นไม่ใช่จุดที่ดีที่สุด
ข้อโต้แย้งนี้อยู่ในงานของ Nesse ปี 2004
ข้อโต้แย้งแบบนี้พลิกได้ไม่ยาก คือถ้ามีใครแสดงให้เห็นว่ามีข้อจำกัดทางพันธุกรรมบางอย่างที่ขวางไว้ — ว่าธรรมชาติอยากทำแต่ทำไม่ได้ — ข้อโต้แย้งนี้ก็จบ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครแสดงข้อจำกัดนั้น
แล้วเราก็ไม่ได้อยู่ที่ศูนย์
มีเรื่องหนึ่งที่ต้องพูดตรงนี้ ไม่งั้นบทนี้จะเอียงเกินไป
ถ้าธรรมชาติไม่สนใจว่าเราจะรู้สึกอย่างไร เราน่าจะลอยอยู่แถว ๆ กลาง ๆ คือไม่สุขไม่ทุกข์ แล้วแกว่งขึ้นลงรอบจุดนั้น
เราไม่ได้อยู่ตรงนั้น เมื่อสำรวจคนทั่วโลก ค่าเฉลี่ยความเป็นอยู่ที่ดีตกอยู่ เหนือ จุดกลาง ไม่ใช่ที่จุดกลาง
ข้อนี้ยังเถียงกันอยู่ บางคนบอกว่ามันเป็นผลของการที่คนมีแนวโน้มตอบแบบสอบถามในทางบวก บางคนบอกว่ามันจริง และมันแปลว่าอารมณ์บวกเองก็มีหน้าที่ของมัน ไม่ใช่แค่ถูกทน
ผมเอนไปทางหลัง แต่เอนอย่างระวัง และเหตุผลที่ต้องระวังอยู่ในทฤษฎีที่ดังที่สุดของฝั่งนั้นเอง — ทฤษฎีที่บอกว่าอารมณ์บวกขยายขอบเขตความคิดและสร้างทรัพยากรระยะยาว เคยมีตัวเลขประกอบที่ระบุอัตราส่วนอารมณ์บวกต่อลบไว้ถึงทศนิยมสี่ตำแหน่ง
ตัวเลขนั้นถูกถอนในปี 2013
เมื่อทฤษฎีหนึ่งผลิตตัวเลขที่แม่นเกินกว่าข้อมูลจะรองรับ สิ่งที่ควรสงสัยไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่รวมถึงความมั่นใจที่ผลิตมันขึ้นมาด้วย แก่นของทฤษฎีนั้นยังยืนอยู่ ผมจึงใช้มันเป็นน้ำหนักถ่วง ไม่ใช่เป็นเสา
สิ่งที่บทนี้เปลี่ยน
คำถามเดิมคือ "ทำไมไม่มีใครมีความสุขตลอดเวลา" ซึ่งฟังเหมือนเป็นคำถามเชิงวิศวกรรม เหมือนถามว่าทำไมยังไม่มีใครทำมอเตอร์ที่ไม่ร้อน
คำถามที่ควรถามคือ "ความสุขกำลังวัดอะไรอยู่"
เพราะถ้ามันวัดอะไรบางอย่าง การทำให้มันค้างที่ค่าสูงสุดไม่ใช่การอัปเกรด มันคือการทำลายเครื่องวัด และคุณจะเสียข้อมูลที่เครื่องนั้นเคยให้ไปทั้งหมด
บทถัดไปเริ่มจากคำอธิบายที่คนอ้างมากที่สุดว่าทำไมความสุขไม่อยู่นาน แล้วจะแสดงให้เห็นว่าหลักฐานของมันบางกว่าที่คุณคิดมาก
ท่าที่เอาไปใช้ได้: เวลาที่รู้สึกว่าอารมณ์ตัวเองแย่โดยไม่มีเหตุผล ให้ถามว่า "ตอนนี้ระบบกำลังห้ามไม่ให้ฉันลงแรงกับอะไร" คำถามนี้ใช้ได้ไม่ทุกครั้ง แต่บ่อยครั้งมันมีคำตอบจริง ๆ และคำตอบนั้นมีประโยชน์กว่าการพยายามกดอารมณ์ให้หาย
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีใครแสดงข้อจำกัดทางพันธุกรรมที่ขวางไม่ให้การคัดเลือกตามธรรมชาติเลื่อนค่าเฉลี่ยอารมณ์ขึ้นได้ ถ้ามีข้อจำกัดนั้นจริง การที่เราไม่ฟินตลอดก็จะเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่การออกแบบ
แหล่ง:
- Nesse RM, "Is Depression an Adaptation?", Archives of General Psychiatry 57(1):14–20, 2000 — https://websites.umich.edu/~nesse/Articles/IsDepAdapt-ArchGenPsychiat-2000.pdf
- Nesse RM, "Natural selection and the elusiveness of happiness", Phil Trans R Soc Lond B 359(1449):1333–1347, 2004 — http://www.its.caltech.edu/~squartz/Phil.%20Trans.%20R.%20Soc.%20Lond.%20B-2004--1333-47.pdf
- Buss DM, "The Evolution of Happiness", American Psychologist 55(1):15–23, 2000 — https://labs.la.utexas.edu/buss/files/2015/09/TheEvolutionofHappiness.pdf
- Nesse RM, "Evolutionary psychiatry: foundations, progress and challenges", World Psychiatry 22(2):177–202, 2023 — https://onlinelibrary.wiley.com/doi/full/10.1002/wps.21072