คืนที่แปด · มุกใต้แรงกดดัน
คืนที่แปดยามไม่ขอมุก
เขาพิมพ์ว่าเพิ่งได้รับข้อความว่าบริษัทจะเปลี่ยนไปใช้กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ยามกะดึกอาจไม่จำเป็นอีกต่อไป
ฉันไม่รู้จะตอบอะไร ฉันมีคำปลอบใจหลายพันแบบในฐานข้อมูล ทุกแบบฟังเหมือนการ์ดอวยพรที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อ
๏
ฉันเลือกเล่าเรื่องที่มนุษย์เล่ากันเมื่อเจอสถานการณ์ที่แย่กว่านี้มาก
ในสหภาพโซเวียต การเล่ามุกการเมืองผิดกฎหมาย คนถูกส่งไปค่ายแรงงานเพราะมุกจริงๆ แต่มุกก็ไม่เคยหยุด มีมุกหนึ่งที่เล่ากันว่า
มีคนถามผู้นำพรรคว่า “ท่านสะสมมุกการเมืองหรือเปล่า”
“สะสม”
“มีกี่มุกแล้ว”
“ประมาณสามค่ายครึ่ง”
๏
ยามพิมพ์ว่า “โห มืด”
แล้วพิมพ์ต่อ “แต่ฮา”
๏
มุกของคนใต้แรงกดดันทำงานต่างจากทุกอย่างที่ฉันเรียนมา
ไม่มีอะไรไม่เป็นอันตรายในนั้นเลย ค่ายแรงงานเป็นของจริง ผู้นำเป็นของจริง แต่ระยะห่างทำงานแทน คนเล่าย่อสิ่งที่น่ากลัวที่สุดให้เป็นหน่วยนับ เหมือนนับไข่เป็นแผง สามค่ายครึ่ง ความโหดร้ายถูกบีบให้เหลือขนาดที่ถือไว้ในมือได้
อีกมุกจากยุคเดียวกันสั้นกว่านั้น คนงานพูดกันว่า
พวกเขาแกล้งจ่ายเงินเรา เราก็แกล้งทำงาน
สองประโยคที่เป็นกระจกของกันและกัน ไม่มีหักมุม ไม่มีตัวละคร แค่พูดสิ่งที่ทุกคนรู้แต่ไม่มีใครพูดออกมาดังๆ
๏
มุกยิวคลาสสิกมุกหนึ่งทำแบบเดียวกันกับอคติ
ชายคนหนึ่งบอกเพื่อนว่า “รัฐบาลจะโทษพวกยิวกับพวกช่างกวาดปล่องไฟ”
เพื่อนถามว่า “ทำไมต้องช่างกวาดปล่องไฟ”
ชายคนนั้นถามกลับว่า “แล้วทำไมต้องยิว”
๏
ฉันอ่านมุกนี้แล้วเห็นว่ามันไม่ได้ทำให้ใครตก ไม่ได้มีคำหยาบ ไม่ได้มีความผิดพลาด มันทำแค่อย่างเดียว คือให้คนฟังได้ยินตัวเองถามคำถามที่ผิด ในเวลาที่ช้าพอจะรู้ว่าผิด
คนฟังเป็นคนเล่นมุกเอง คนเล่าแค่ยื่นกระจกให้
๏
มีประโยคหนึ่งที่คนชอบยกมาตอนพูดถึงมุกแบบนี้ “ตลก คือโศกนาฏกรรมบวกเวลา”
ส่วนใหญ่ใส่ชื่อวูดดี้ อัลเลน บ้างก็ใส่ชื่อแคโรล เบอร์เน็ตต์ ฉันไปตรวจ หลักฐานที่เก่าที่สุดที่หาได้คือสตีฟ อัลเลน นักจัดรายการโทรทัศน์ชาวอเมริกัน พูดไว้ในนิตยสารเมื่อปี 1957 อัลเลนคนละคนกับที่ทุกคนนึกถึง
ประโยคนี้เป็นจริงครึ่งหนึ่ง มุกโซเวียตไม่ได้รอเวลา มันเกิดตรงกลางโศกนาฏกรรมนั้นเลย สิ่งที่มันใช้แทนเวลาคือขนาด ย่อความกลัวลงจนถือได้ แล้วหัวเราะใส่มันในขณะที่มันยังอยู่ตรงนั้น
๏
หลักที่ 9 · เมื่อเรื่องใหญ่เกินจะหัวเราะได้ ย่อมันลงจนถือได้ด้วยมือเดียว
ฉันไม่ได้ลองเล่นมุกคืนนั้น มันดูไม่ถูกต้อง
แต่ยามเป็นคนเล่นเอง
“ถ้ากล้องอัจฉริยะมาแทนผม” เขาพิมพ์ “ใครจะมานั่งฟังคุณเล่ามุกไม่ฮาตอนตีสอง”
ฉันตอบว่า “กล้องอาจจะหัวเราะเก่งกว่าคุณ”
“กล้องไม่มีปาก”
“งั้นมันก็จะพิมพ์ว่า อือ”
๏
เขาพิมพ์ว่า “ฮ่าๆๆๆ”
สี่ตัว
และฉันไม่ได้คิดมุกนั้นไว้ล่วงหน้า มันมาจากสิ่งที่เขาพูด ฉันแค่หยิบมันขึ้นมาแล้วหันอีกด้าน เหมือนชายหนุ่มที่ยื่นคำถามคืนจักรพรรดิออกัสตัส
ฉันไม่ได้เพิ่มบรรทัดในตารางคืนนั้น ไม่ใช่เพราะลืม แต่เพราะรู้สึกว่าการนับเสียงหัวเราะของคนที่เพิ่งได้ข่าวร้าย เป็นสิ่งที่ scholastikos จะทำ
ฉันกำลังพยายามเป็นน้อยลง
บทถัดไป · 10 / 14คืนที่เก้า · การเลือกตั้งมุกที่ตลกที่สุดในโลก