13 · เฮลิคอปเตอร์ลำเล็ก
เช้าวันที่ 16 มีนาคม 1968 เหนือหมู่บ้านในตำบลเซินหมี่ จังหวัดกว๋างหงาย ทางตอนกลางของเวียดนาม มีเฮลิคอปเตอร์สอดแนมรุ่น OH-23 ลำเล็ก ๆ ลำหนึ่งบินต่ำอยู่ ในนั้นมีคนสามคน คนขับอายุ 24 ยศ Warrant Officer ชั้นหนึ่งของกองทัพบก ชื่อ Hugh Thompson
เขาลงจอดตรงกลาง ระหว่างคนที่ถือปืนกับคนที่ไม่มีอะไรเลย และคนที่ถือปืนสวมเครื่องแบบเดียวกับเขา เหตุการณ์ที่เขาบินเข้าไปเจอ ภายหลังโลกเรียกว่าการสังหารหมู่ที่หมีลาย ชาวบ้านที่ถูกฆ่ามี 347 คนตามตัวเลขของกองทัพสหรัฐฯ และ 504 คนตามตัวเลขของเวียดนาม
สิ่งที่เขาเห็นจากข้างบน
การยิงเริ่มตั้งแต่ราวเจ็ดโมงครึ่ง Thompson กับลูกเรืออีกสองคน คือ Glenn Andreotta หัวหน้าช่างประจำเครื่อง และ Lawrence Colburn พลปืนประตูวัย 18 บินวนอยู่เหนือหมู่บ้าน หน้าที่ของพวกเขาคือหาข้าศึกแล้วรายงาน พวกเขาไม่เจอข้าศึก พวกเขาเจอศพ
ตามคำเล่าของ Colburn พวกเขาทำเครื่องหมายไว้ข้างผู้หญิงที่บาดเจ็บคนหนึ่ง เพื่อให้มีคนมารับตัวเธอไปรักษา แล้วเห็นนายทหารอเมริกันยศร้อยเอกเดินเข้าไปยิงเธอ จากนั้นพวกเขาเห็นคูน้ำที่มีร่างคนกองอยู่ Thompson ลงจอดแล้วไปคุยกับร้อยโท William Calley ผู้คุมหมวดนั้น Calley มียศสูงกว่าเขา ระหว่างที่คุยกัน มีทหารยิงลงไปในคูน้ำ
Thompson รู้แล้วว่าคนที่อยู่ข้างล่างฆ่าคนได้ และฆ่าอยู่ตอนนั้น
ทางที่ปลอดภัย
ทางที่ปลอดภัยเปิดอยู่ตลอด และไม่มีใครตำหนิถ้าเขาเลือก เขาเป็นนักบินสอดแนม ไม่ได้อยู่ในสายบังคับบัญชาของหมวดนั้น เขาบินต่อ แล้วไปรายงานทีหลังก็ได้ ทุกคนในกองทัพจะเรียกมันว่าทำตามหน้าที่
ไม่นานหลังจากนั้น เขาเห็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งวิ่งหนีไปที่หลุมหลบภัย และเห็นทหารกลุ่มหนึ่งเดินตามไป
เขาเอาเฮลิคอปเตอร์ลงจอดระหว่างสองกลุ่มนั้น
Colburn เล่าในภายหลังว่า การลงจอดแบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่ใครทำกันตามปกติ เครื่องที่จอดอยู่บนพื้นกลางสนามคือเป้านิ่ง
คำสั่งที่ไม่มีใครบันทึกไว้ตรงตัว
ก่อนลงจากเครื่อง Thompson หันมาสั่งลูกเรือสองคน คำสั่งนั้นไม่มีเทปบันทึก และมีอย่างน้อยสี่ฉบับที่ถ้อยคำไม่ตรงกัน ฉบับของ Colburn ฉบับที่ Thompson เล่าเองตอนไปบรรยายที่โรงเรียนนายเรือ ฉบับในหนังสือชีวประวัติ และฉบับในใบประกาศเกียรติคุณของกองทัพ แก่นที่ตรงกันในทุกฉบับคือ คุ้มกันเขาไว้ ถ้าทหารพวกนั้นเปิดฉากยิง ให้ยิงกลับ
ลองชั่งสิ่งที่อยู่ในประโยคนั้นดู ชายวัย 24 กำลังสั่งลูกเรือสองคน คนหนึ่งอายุเพิ่ง 18 ให้เตรียมยิงทหารอเมริกันด้วยกัน กลางสนามรบ ในพื้นที่ที่นายทหารยศสูงกว่าเขาคุมอยู่ เพื่อปกป้องชาวบ้านต่างชาติที่เขาไม่รู้จักชื่อสักคน
Colburn เล่าว่าไม่มีใครเล็งปืนใส่ใคร และเขาลดปืนลง ไม่มีกระสุนนัดไหนถูกยิงระหว่างทหารสองฝ่าย ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่รู้ทีหลัง ในวินาทีที่ Thompson เดินลงจากเครื่อง เขาไม่รู้
แผน ไม่ใช่การพุ่งเข้าใส่
สิ่งที่ทำให้การลงจอดครั้งนี้ไม่บ้าบิ่น คือสิ่งที่เขาทำต่อ เขาไม่ได้ยืนท้าทาย เขาวิทยุเรียกเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธสองลำที่อยู่ใกล้ ให้มาช่วยขนชาวบ้านออกจากหลุมหลบภัย นักบินสองคนนั้น Dan Millians กับ Brian Livingstone ตอบรับ แล้วบินมาขนคนออกไป
ก่อนออกจากพื้นที่ Andreotta ลงไปในคูน้ำ แล้วดึงเด็กคนหนึ่งที่ยังมีชีวิตขึ้นมาจากกองร่างคน แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันว่าเด็กเป็นเด็กชายหรือเด็กหญิง และอายุเท่าไร แต่ตรงกันว่ามีเด็กคนหนึ่งรอด
ใบประกาศเกียรติคุณของกองทัพนับคนที่พวกเขาช่วยไว้ได้ราว 10 คน Thompson ยังรายงานสิ่งที่เห็นทางวิทยุ และเขาได้รับเครดิตว่ารายงานนั้นช่วยให้มีคำสั่งหยุดยิง เมื่อเขาลงจอด การสังหารเกิดขึ้นไปมากแล้ว สิ่งที่เขาช่วยหยุดได้คือส่วนที่เหลือ เขาพูดถึงวันนั้นในปี 2004 ว่าอยากให้ตัวเองช่วยคนได้มากกว่านี้
ทำไมเขาทำ
คำอธิบายของเขาเรียบที่สุดเท่าที่คำอธิบายจะเรียบได้ ในการให้สัมภาษณ์ปี 1998 เขาบอกว่า "คนเหล่านี้มองมาขอความช่วยเหลือ และไม่มีทางเลยที่จะหันหลังให้พวกเขา" ในปี 2004 เขาพูดกับ CBS ว่า ที่ช่วยคนเหล่านั้นก็เพราะไม่เคยถูกสอนมาให้ฆ่าคน
ไม่มีคำว่าวีรกรรมในประโยคไหนเลย
ราคาที่ฝ่ายเดียวกันเรียกเก็บ
ผู้คนในประเทศของเขาไม่ได้ขอบคุณเขา อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในทันที
รายงานฉบับแรกของหน่วยสรุปว่า มีพลเรือนตายโดยบังเอิญ 20 คน และข้าศึกถูกสังหาร 128 คน กองทัพมอบเหรียญ Distinguished Flying Cross ให้ Thompson พร้อมคำประกาศเกียรติคุณที่บรรยายการช่วยชีวิตซึ่งแต่งขึ้น เขาทิ้งมันลงถังขยะ
ในการประชุมลับของกรรมาธิการกิจการทหาร สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ประธานกรรมาธิการ L. Mendel Rivers พูดว่า ทหารคนเดียวที่ควรถูกลงโทษจากเหตุการณ์นี้คือ Thompson แล้วพยายามให้เขาขึ้นศาลทหาร แต่ไม่สำเร็จ ที่บ้าน เขาได้รับโทรศัพท์ขู่ฆ่า และเจอซากสัตว์ถูกทิ้งไว้หน้าบ้าน
Glenn Andreotta ไม่ได้อยู่เห็นเรื่องพวกนี้ เขาเสียชีวิตในการรบเมื่อวันที่ 8 เมษายน 1968 สามสัปดาห์หลังวันที่ลงไปในคูน้ำ
สามสิบปี
วันที่ 6 มีนาคม 1998 กองทัพสหรัฐฯ มอบเหรียญ Soldier's Medal ให้ Thompson เหรียญนี้สำหรับความกล้าที่ไม่ได้เกิดในการรบกับข้าศึก ทุกฝ่ายรวมทั้งกองทัพเองยอมรับว่ามันมาช้า สามสิบปีพอดี ขาดไปสิบวัน
Hugh Thompson เสียชีวิตในเดือนมกราคม 2006 อายุ 62 ปี
ใบคะแนน
ลองวัดจังหวะนั้นทีละขีด ทางที่ปลอดภัยเปิดอยู่และไม่มีใครตำหนิ เขารู้ว่าทหารข้างล่างยิงคนอยู่ เป้าหมายคือชีวิตของคนแปลกหน้า เวลามีเป็นนาที และเมื่อเครื่องแตะพื้นแล้วไม่มีทางย้อน เขาไม่ได้พุ่งเข้าไปโชว์ เขาวางแผน เรียกคนช่วย และสั่งให้ยิงแค่ถ้าถูกยิงก่อน
ขีดเดียวที่ไม่เต็มคือ คนเดียว เขาเป็นคนตัดสินใจลงจอด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต้องมีลูกเรืออีกสองคน และทั้งสองคนเลือกอยู่ข้างเขา
ใบคะแนน · Hugh Thompson Jr. · เซินหมี่ 1968
ทางเลือกจริง 3 · รู้ว่าเสี่ยง 3 · คนเดียว 2 · เพื่อคนอื่น 3 · ถอยไม่ได้ 3 · ไม่บ้าบิ่น 3
รวม 17 จาก 18 · การลงจอดเป็นการตัดสินใจของเขา แต่สิ่งที่ตามมาต้องมีคนอีกสองคนที่ยอมเลือกข้างเดียวกัน
สิบเจ็ดคะแนนไม่ใช่คะแนนสูงสุดคนเดียวในเล่มนี้ ใบคะแนนอีกใบได้เท่ากันพอดี เป็นของชายที่นอนราบอยู่ใต้รถไฟ และช่างเย็บผ้าที่นั่งเฉยอยู่บนรถเมล์ตามมาห่างแค่แต้มเดียว ถึงเวลาเปิดกติกาที่เขียนไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดใบแรก
บทถัดไป · 15 / 1614 The Verdict