3 · สายสองเส้นที่ออกจากดวงตา
แล้วตัวที่เร็วนั้นอยู่ตรงไหน อยู่ถัดไปอีกชั้นหนึ่ง ตรงที่สัญญาณกำลังจะออกจากดวงตา
จอตาของคุณมีเซลล์รับแสงราวหนึ่งร้อยยี่สิบหกล้านเซลล์ และเส้นประสาทตาที่พาสัญญาณออกจากดวงตามีสายราวหนึ่งล้านเส้น ตัวเลขสองตัวนี้ต่างกันราวร้อยเท่า
นั่นแปลว่าดวงตาต้องทิ้งของ ไม่ใช่เพราะออกแบบไม่ดี แต่เพราะท่อที่ของต้องผ่านแคบกว่าของอยู่ร้อยเท่า และการบีบอัดทุกแบบในจักรวาลทำงานด้วยการตัดสินใจข้อเดียวกัน คือ จะทิ้งอะไร
คำตอบของจอตาคือไม่ตอบคำถามนี้ครั้งเดียว มันตอบสองครั้ง คนละคำตอบ แล้วส่งทั้งสองคำตอบออกไปพร้อมกันบนสายคนละชนิด
สายชนิดแรกมีชื่อว่า magnocellular pathway ต้นทางคือเซลล์ ganglion ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า parasol cell คิดเป็นราวหนึ่งในสิบของสายทั้งหมด คุณสมบัติของมันมาเป็นชุด แอกซอนหนา นำสัญญาณเร็ว รับข้อมูลจากพื้นที่กว้าง ไม่แยกสี และตอบแบบ transient คือดังตอนที่ของเปลี่ยน แล้วเงียบเมื่อของอยู่นิ่ง
สายชนิดที่สองคือ parvocellular pathway ต้นทางคือ midget cell ขนาดเล็ก คิดเป็นราวเจ็ดถึงแปดในสิบ แอกซอนบางกว่า นำสัญญาณช้ากว่า รับข้อมูลจากจุดเล็ก แยกสีแดงกับเขียวได้ และตอบแบบ sustained คือดังต่อเนื่องตลอดเวลาที่ของยังอยู่ที่นั่น
ดวงตาทำงานเหมือนห้องข่าว ข่าวด่วนวิ่งบนสายหนึ่งในสิบ ข่าวเจาะลึกวิ่งบนสายที่เหลือ ทั้งสองรายงานเหตุการณ์เดียวกัน แต่ข่าวด่วนถึงโต๊ะบรรณาธิการก่อน และไม่รอให้ข่าวเจาะลึกมายืนยัน
ผลต่างของความเร็วระหว่างสองสายนี้ วัดได้จากการบันทึกสัญญาณที่เปลือกสมองส่วนการเห็นแล้วดูว่าอะไรมาถึงก่อน สัญญาณจากสาย magno มาถึงก่อนสาย parvo ราวสิบถึงยี่สิบมิลลิวินาที ตัวเลขนี้เป็นช่วงที่งานหลายชิ้นรายงานใกล้เคียงกัน ไม่ใช่ค่าคงที่ตัวเดียว และมันขยับได้ตามความสว่างและความเปรียบต่างของสิ่งที่มอง
ภาพที่ง่ายที่สุดคือมองว่าสาย magno ส่งภาพเวอร์ชันหยาบมาก่อน แล้วสาย parvo ส่งภาพเวอร์ชันคมตามมาทีหลัง เหมือนรูปที่โหลดจากเน็ตช้า
สังเกตให้ดีว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น สาย magno ไม่ได้ส่งภาพเดียวกันที่หยาบกว่า มันตอบคำถามคนละคำถาม
สาย magno ตอบว่ามีอะไรเปลี่ยน และเปลี่ยนที่ไหน สาย parvo ตอบว่าของชิ้นนั้นคืออะไร ทั้งสองคำถามใช้ข้อมูลไม่เหมือนกัน คำถามแรกต้องการพื้นที่กว้างและเวลาที่แม่น แต่ไม่ต้องการสีหรือรายละเอียดเลย คำถามที่สองต้องการรายละเอียดและสี แต่ไม่ต้องการความเร็ว เพราะของที่คุณจะระบุว่าคืออะไร ส่วนใหญ่ยังอยู่ที่นั่นให้ดูต่ออีกหลายวินาที
เมื่อสองคำถามต้องการข้อมูลคนละชุด การส่งข้อมูลชุดเดียวไปให้ทั้งสองคำถามใช้ คือการจ่ายค่าของทั้งคู่แล้วได้คำตอบที่แย่ทั้งคู่
และสองสายนี้ไปกันคนละที่จริง ๆ ไม่ใช่แค่ต่างกันตอนเดินทาง สาย magno เป็นแหล่งป้อนหลักของเส้นทางที่วิ่งขึ้นไปทางกลีบ parietal ซึ่งทำงานเรื่องตำแหน่งและการเคลื่อนไหว สาย parvo ป้อนเส้นทางที่วิ่งลงไปทางกลีบ temporal ซึ่งทำงานเรื่องการระบุว่าของชิ้นนั้นคืออะไร ชื่อที่ใช้เรียกสองเส้นทางนี้คือ dorsal stream กับ ventral stream และการแบ่งงานแบบนี้ถูกเสนอไว้ตั้งแต่งานของ Ungerleider และ Mishkin ปี 1982
นี่คือเหตุผลที่คุณหลบของที่พุ่งเข้าหาหน้าได้ก่อนจะรู้ว่ามันคืออะไร ไม่ใช่เพราะสมองรีบตัดสินจากข้อมูลที่ยังไม่ครบ แต่เพราะข้อมูลที่ต้องใช้ในการหลบ มาถึงครบแล้วตั้งแต่ตอนนั้น มันแค่ไม่ใช่ข้อมูลชนิดที่บอกได้ว่าของชิ้นนั้นคืออะไร
ดวงตาไม่ได้ส่งภาพหนึ่งภาพด้วยสองคุณภาพ มันส่งรายงานสองฉบับที่ตอบคำถามต่างกัน แล้วปล่อยให้สมองเย็บเข้าด้วยกันทีหลัง ความรู้สึกว่าเราเห็นภาพเดียวภาพเดียวกันทั้งภาพ คือผลของการเย็บนั้น ไม่ใช่ของที่ดวงตาส่งมา
และถ้าการเย็บนั้นเป็นงานที่ทำทีหลังจริง ก็ต้องมีกรณีที่มันไม่ถูกเย็บ
บทถัดไป · 5 / 124 · เห็นโดยไม่รู้ว่าเห็น