05 · หิมะที่ไม่เคยมี
ปี 1986 Laura Martin ไล่ตามตัวเลขที่ทุกคนอ้าง — ภาษา Eskimo มีคำเรียกหิมะกี่คำ — ย้อนกลับไปจนถึงต้นทาง แล้วพบว่าต้นทางเอ่ยไว้สี่ราก ไม่ใช่ห้าสิบ ไม่ใช่สองร้อย และต้นทางไม่ได้อ้างอะไรเกี่ยวกับความคิดของผู้พูดสักคำเดียว
ต้นทางคือ Franz Boas ปี 1911 ในบทนำของ The Handbook of North American Indians เขาเอ่ยถึงรากคำสี่ราก คือ aput หิมะที่อยู่บนพื้น qana หิมะที่กำลังตก piqsirpoq หิมะที่ลมพัดฟุ้ง และ qimuqsuq กองหิมะที่ลมพัดมารวมกัน ประเด็นของเขาเป็นเรื่องเทคนิคล้วนๆ ภาษาหนึ่งสร้างความหมายเหล่านี้จากรากคนละราก อีกภาษาสร้างจากรากเดียวแล้วเติมส่วนขยายเข้าไป เขาไม่ได้เขียนว่าคนที่พูดภาษานั้นมองหิมะต่างจากคนอื่น
Whorf ขยายตัวเลขนั้นในปี 1940 บทความ "Science and Linguistics" ใน Technology Review เลื่อนจำนวนขึ้นเป็นอย่างน้อยเจ็ดคำโดยนัย ไม่มีเชิงอรรถ ไม่มีที่มา และยืนยันเพิ่มอีกข้อว่าภาษาอังกฤษมีคำเดียวคือ snow ครอบคลุมความต่างทั้งหมดนั้น Pullum ระบุในภายหลังว่าข้อยืนยันหลังนี้ผิด ฉบับที่คนรุ่นต่อมาอ้างกันอยู่ในหนังสือรวมงานที่ Carroll เป็นบรรณาธิการ ปี 1956 หน้า 216
สิ่งที่ Martin บันทึกไว้ไม่ใช่คนโกหก มันคือตัวเลขที่บวมขึ้นทีละทอด Roger Brown ปี 1958 เขียนว่าสามคำ อ่านตัวเลขของ Whorf เองพลาด Carol Eastman ปี 1975 เขียนว่า "many words" ห่างจากข้อความที่เธอยกมาเองและระบุว่าสามคำ อยู่หกบรรทัด ทุกทอดอ้างทอดก่อนหน้า ไม่มีทอดไหนกลับไปนับใหม่
Geoffrey Pullum เก็บตัวอย่างที่หลุดออกไปอยู่ในโลกจริงไว้ในบทความปี 1989 ชื่อ "The Great Eskimo Vocabulary Hoax" ตีพิมพ์ใน Natural Language & Linguistic Theory:
- เก้าคำ — สารานุกรมเกร็ดความรู้ ปี 1984
- ราวสี่โหล — New York Times วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 1988
- ห้าสิบคำ — บทละคร The Fifth of July ของ Lanford Wilson ปี 1978
- หนึ่งร้อยคำ — บทบรรณาธิการ New York Times วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 1984
- สองร้อยคำ — รายการพยากรณ์อากาศทางโทรทัศน์ที่ Cleveland
ตัวเลขสองตัวจากหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันไม่ลงรอยกัน และเล่มนี้พิมพ์ทั้งสอง หนึ่งร้อยคำในปี 1984 กับราวสี่โหลในปี 1988 ห่างกันสี่ปี ตรงกันทั้งชื่อฉบับและวันของปฏิทิน ระหว่างสองวันนั้นไม่มีใครลงไปนับใหม่ ตัวเลขที่ไม่เคยถูกวัด เคลื่อนไปทางไหนก็ได้
ค่าที่ใกล้การวัดที่สุดในเรื่องนี้ Pullum ยกมาจากพจนานุกรมของ C. W. Schultz-Lorentzen ปี 1927 ชื่อ Dictionary of the West Greenlandic Eskimo Language ในนั้นมีรากที่เกี่ยวกับหิมะโดยตรงสองราก คือ qanik หิมะในอากาศหรือเกล็ดหิมะ และ aput หิมะบนพื้น สอง ไม่ใช่เจ็ด ไม่ใช่สองร้อย
ความผิดพลาดที่หนักกว่าตัวเลขคือไม่มีการทดลองอยู่ใต้ข้ออ้างนี้เลยสักครั้ง ไม่มีใครวัดว่าผู้พูดภาษาไหนแยกหิมะได้ละเอียดกว่ากัน ไม่มีใครตั้งเกณฑ์ว่าอะไรนับเป็นหนึ่งคำ สิ่งที่ข้ออ้างนี้มีคือสายอ้างอิงที่ยาวขึ้นทุกครั้งที่ถูกเล่าซ้ำ ทั้ง Martin และ Pullum เสนอมันในฐานะกรณีศึกษาเรื่องมาตรฐานหลักฐานของวงวิชาการเอง ไม่ใช่ในฐานะข้อหักล้างความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับความคิด
ข้อความที่คนอ้างถึง Sapir บ่อยที่สุดไม่ใช่จุดยืนของ Sapir ในบทความปี 1929 ชื่อ "The Status of Linguistics as a Science" ตีพิมพ์ใน Language เล่ม 5 หน้า 207–214 เขาเขียนไว้ที่หน้า 209 ว่าโลกจริง "is to a large extent unconsciously built up on the language habits of the group" แต่ในงานส่วนอื่น เขาโต้แย้งข้อเสนอที่ว่าภาษากำหนดความคิด ตรงๆ และซ้ำหลายครั้ง คู่ตรงข้ามอ่อนกับแข็งที่ติดมากับชื่อเขา ไม่ใช่คำของเขาและไม่ใช่คำของ Whorf คนรุ่นหลังใส่กรอบนั้นกลับเข้าไปเอง
ภาษาของ Whorf แข็งกว่าจริง ในบทความปี 1940 ฉบับที่ Carroll รวมพิมพ์ปี 1956 หน้า 213 เขาเขียนว่าโลกมาถึงเราในสภาพ "kaleidoscopic flux" ที่ความคิดต้องจัดระเบียบ "and this means largely by the linguistic systems in our minds" Whorf ไม่ได้เรียนภาษาศาสตร์มาเป็นวิชาชีพ เขาเป็นวิศวกรป้องกันอัคคีภัยที่ Hartford Fire Insurance Company และเรียนภาษาศาสตร์เป็นงานอดิเรกกับ Sapir ที่ Yale ประวัตินี้ไม่ตัดสินอะไรด้วยตัวมันเอง สิ่งที่ตัดสินคือฐานหลักฐานของข้ออ้างเรือธงของเขา
ข้ออ้างเรือธงนั้นคือไวยากรณ์ Hopi ไม่มีการอ้างถึงเวลาแบบที่ภาษาอังกฤษอ้าง ผู้พูด Hopi จึงไม่มีมโนทัศน์เรื่องเวลาแบบเดียวกัน ฐานหลักฐานของมันบาง แหล่งระบุว่ามีรายงานว่ามาจากการสัมภาษณ์ผู้พูด Hopi คนเดียว ชื่อ Ernest Naquayouma ที่นิวยอร์ก ไม่ใช่ในถิ่นที่ใช้ภาษานั้น แหล่งใช้คำว่ามีรายงานว่า ไม่ใช่คำยืนยัน และเล่มนี้คงคำนั้นไว้
ปี 1983 Ekkehart Malotki ตีพิมพ์ Hopi Time: A Linguistic Analysis of the Temporal Concepts in the Hopi Language กับสำนักพิมพ์ Mouton หนาราวหกร้อยหน้า เอกสารชิ้นนี้บันทึกว่า Hopi มีกาล มีคำเรียกหน่วยเวลาอย่างวัน สัปดาห์ และเดือน และมีอุปลักษณ์เชิงพื้นที่สำหรับเวลา Malotki ประกาศเป้าหมายของตัวเองว่าเขียนขึ้นเพื่อหักล้าง Whorf เจตนานั้นเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เขียน ไม่ใช่ข้อโต้แย้งต่อตัวเอกสาร สิ่งที่ทำงานคือคำอธิบายไวยากรณ์ และภาษาศาสตร์รุ่นหลังถือว่ามันทำสำเร็จ
กรณีนี้ไม่ใช่การทำซ้ำแล้วผลไม่ออก มันคือคำอธิบายภาษาที่ผิดตั้งแต่ชั้นข้อเท็จจริง ข้ออ้างเชิงประจักษ์ที่เป็นเสาต้นหนึ่งของทฤษฎีล้มลง เพราะมีคนไปเก็บข้อมูลภาคสนามเพื่อตรวจมันโดยเฉพาะ Terry Regier กับ Yang Xu เขียนไว้ในบทปริทัศน์ปี 2017 ใน WIREs Cognitive Science ว่าสมมติฐานนี้อยู่ในตำแหน่งที่ "troubled and contested" และมี "inconsistent record of replication" ทั้งคู่เขียนจากภายในสายวิจัยที่สนับสนุนเรื่องนี้เอง
ขอบเขตของคำตัดสินนี้ต้องพูดให้ตรง เรื่องหิมะไม่ได้หักล้างว่าภาษามีผลต่อความคิด มันหักล้างหลักฐานชิ้นที่ถูกเล่าซ้ำมากที่สุดที่เคยถูกใช้พิสูจน์เรื่องนั้น สองอย่างนี้ไม่ใช่อย่างเดียวกัน ผลที่รอดจากการตรวจสอบมีอยู่จริง และอยู่ในบทถัดไปของเล่มนี้ แต่มันเล็ก ขึ้นกับงานที่ผู้ถูกทดสอบต้องทำ และวัดได้เฉพาะภายใต้เงื่อนไขที่แคบ ส่วนหิมะไม่มีอะไรอยู่ใต้มันเลย
กฎที่บทนี้วางไว้ให้ทั้งเล่มมีข้อเดียว ข้ออ้างที่เข้าข้างข้อเสนอของเล่มนี้ต้องถูกตรวจหนักกว่าข้ออ้างที่ขัดมัน ไม่ใช่เบากว่า เรื่องหิมะคือบทเปิดที่ดีที่สุดที่เล่มนี้จะหาได้ สั้น จำง่าย เข้าทางข้อเสนอทุกประการ มันไม่มีเนื้อหาเชิงหลักฐานอยู่เลย และเล่มนี้พิมพ์ข้อนั้นแทน
สิ่งที่ข้ามไม่ได้: สิ่งที่ข้ามไม่ได้ในบทนี้ไม่ใช่คำระหว่างสองภาษา แต่เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ตัวเลขตรวจสอบได้ Boas แยกรากคำออกจากรูปที่สร้างขึ้นจากราก การแยกนั้นคือทั้งหมดที่ทำให้ "สี่" ของเขามีความหมาย และมันคือสิ่งแรกที่หายไปเมื่อข้ออ้างถูกเล่าต่อเป็นภาษาอังกฤษอย่างที่คนทั่วไปเขียน เมื่อกฎการนับไม่ติดไปด้วย ตัวเลขจะเป็นเท่าไรก็ได้
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีเอกสารตีพิมพ์ก่อนปี 1940 ที่ระบุจำนวนคำเรียกหิมะในภาษา Eskimo ภาษาใดภาษาหนึ่งไว้สูงกว่าสี่ พร้อมบอกกฎการนับว่านับรากหรือนับรูปที่สร้างจากราก และเมื่อใช้กฎเดียวกันนั้นกับภาษาอังกฤษแล้วยังต่างกันจริง หรือมีงานภาคสนามที่แสดงว่ากาลและคำเรียกหน่วยเวลาที่ Malotki 1983 บันทึกไว้ ไม่ตรงกับ Hopi ที่พูดกันจริง
แหล่ง: Laura Martin, "'Eskimo Words for Snow': A Case Study in the Genesis and Decay of an Anthropological Example," American Anthropologist 88(2):418–423, 1986 — https://anthrosource.onlinelibrary.wiley.com/doi/abs/10.1525/aa.1986.88.2.02a00080 · Geoffrey Pullum, "The Great Eskimo Vocabulary Hoax," Natural Language & Linguistic Theory 7:275–281, 1989 — https://pullum.ppls.ed.ac.uk/EskimoHoax.pdf · Terry Regier & Yang Xu, WIREs Cognitive Science 8:e1440, 2017 — https://terry-regier.github.io/lclab/papers/whorf-wires-preprint-v2.pdf · Stanford Encyclopedia of Philosophy, "Whorfianism" — https://plato.stanford.edu/entries/linguistics/whorfianism.html · Ekkehart Malotki, Hopi Time: A Linguistic Analysis of the Temporal Concepts in the Hopi Language, Mouton, 1983 — https://archive.org/details/hopitimelinguist0000malo · "Hopi time controversy," Wikipedia, แหล่งทุติยภูมิ — https://en.wikipedia.org/wiki/Hopi_time_controversy · "Ekkehart Malotki," Wikipedia, ข้อมูลภูมิหลัง — https://en.wikipedia.org/wiki/Ekkehart_Malotki · Boas 1911, Whorf 1940 และฉบับ 1956, Brown 1958, Eastman 1975 และ Schultz-Lorentzen 1927 อ้างผ่าน Martin 1986 กับ Pullum 1989 ส่วน Sapir 1929 หน้า 209 และ Whorf 1956 หน้า 213 อ้างผ่าน Regier & Xu 2017 เล่มนี้ไม่ได้อ่านเอกสารต้นทางเหล่านั้นโดยตรง
บทถัดไป · 6 / 1106 · สีน้ำเงินสองสีของรัสเซีย