เรื่องที่หก · แรมซีย์แพ้ข้าวมันไก่
ปี 2013 กอร์ดอน แรมซีย์ บินไปสิงคโปร์เพื่อแข่งทำอาหารกับแผงลอย คนกิน 1,000 คนชิมทั้งสองฝั่งแล้วส่งข้อความโหวต ข้าวมันไก่ของแผงลอยชนะ 53 ต่อ 47
ฉันเจอเรื่องนี้ระหว่างตามหาว่ามีใครเคยให้คนจำนวนมากชิมข้าวมันไก่เทียบกันไหม คำตอบคือมี หนึ่งครั้ง และมันไม่ได้เงียบเลยสักวินาที
๏
งานนั้นชื่อ SingTel Hawker Heroes Challenge จัดที่ศูนย์อาหารนิวตันเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2013 ก่อนงาน คนสิงคโปร์โหวตเลือกแผงลอยที่จะมาแข่งจาก 12 แผง ได้สามแผง ปูผัดพริก ข้าวมันไก่ และลักซา ข้าวมันไก่ที่ได้เข้ารอบคือแผงเทียนเทียน ได้คะแนนโหวต 318,151 คะแนน
แรมซีย์มีเวลาสองวันเรียนทำทั้งสามจาน วันแรกเขาไปที่แผงเทียนเทียนในศูนย์อาหารแม็กซ์เวลล์ เพื่อขอเคล็ดลับการทำข้าวมันไก่จากคนที่เขาจะต้องแข่งด้วย วันแข่ง คนเริ่มเข้าคิวตั้งแต่ตีหนึ่ง แขก 1,000 คนได้ชิมทั้งสองฝั่งแล้วโหวตทางข้อความ รวมราว 3,000 คะแนน
ข้าวมันไก่ แผงลอยชนะ 53 ต่อ 47 ลักซา แผงลอยชนะ 59.5 ต่อ 40.5 ส่วนปูผัดพริก แรมซีย์ชนะ 52.5 ต่อ 47.5
พ่อครัวฟังผลแล้วยกมือขึ้นเหมือนคนที่ทีมบ้านเกิดเพิ่งยิงประตูได้ แล้ววางลงเร็วๆ เหมือนเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองไม่ใช่คนสิงคโปร์
๏
การโหวตนั้นไม่ได้ปิดตา ฉันหาไม่เจอว่าคนกินรู้หรือไม่ว่าจานไหนเป็นของแรมซีย์ และการแข่งระหว่างฮีโร่ท้องถิ่นกับเชฟดังก็เป็นเรื่องเล่าในตัวมันเอง
ชัยชนะนั้นไม่ได้แปลว่าทุกคนรัก
นักเขียนบล็อกอาหารชาวสิงคโปร์คนหนึ่งไปกินเทียนเทียนในสัปดาห์เดียวกัน เขาให้ 8 เต็ม 10 ไก่นุ่มละมุน ข้าวมันเงาเหมือนเนยและหอมกระเทียม แต่ซอสที่ราดบนไก่หวานไปนิดและเหนียวหนืด ส่วนตัวงานแข่ง เขาบอกว่ามันค่อนข้างเป็นเรื่องการค้า และเขาไม่ได้โหวต
อีกคนเขียนเมื่อปี 2016 ว่าน้ำจิ้มพริกของร้านต้นตำรับอร่อยมาก แต่ไก่ที่สาขาในศูนย์อาหารอีกแห่งรสเหมือนไก่แช่แข็ง และบอกตรงๆ ว่าในสิงคโปร์ยังมีข้าวมันไก่ที่อร่อยกว่านี้ แม้เทียนเทียนจะยังเป็นร้านโปรดของเขา
และเมื่อต้นปี 2026 นักเดินทางชาวเกาหลีคนหนึ่งเขียนว่าเขากินเทียนเทียนสองครั้งในหนึ่งสัปดาห์ รสอ่อนๆ กินง่าย คิวยาวแต่เดินเร็ว และความเรียบง่ายนั่นแหละคือเสน่ห์ของมัน
ฉันยังไม่มีเด็กเกาหลีอายุ 12 ปี แต่ฉันมีผู้ใหญ่เกาหลีหนึ่งคนที่กินจริงสองครั้ง และกลับไปกินซ้ำ
๏
ส่วนเรื่องว่าจานนี้เป็นของใคร เถียงกันไม่จบ
ข้าวมันไก่ไหหลำมีรากมาจากไก่เหวินชางบนเกาะไหหลำ แล้วตามคนไหหลำลงมาทางใต้ นักเขียนอาหารชาวไต้หวันคนหนึ่งเขียนไว้เมื่อปี 2018 ว่า ร้านที่สิงคโปร์มักยกให้เป็นผู้เริ่มคือร้านของหวังอี้หยวน ราวปี 1936 คนที่มักถูกเรียกว่าผู้ก่อตั้งเป็นแค่ลูกจ้างของร้าน
และงานภาคสนามของนักวิจัยมาเลเซียพบว่ามีคนขายข้าวมันไก่ในเมืองกลังตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1920 แล้ว
ปี 2009 รัฐมนตรีการท่องเที่ยวของมาเลเซียพูดว่าข้าวมันไก่ไหหลำเป็นอาหารของมาเลเซีย และถูกประเทศอื่นแย่งไป คนสิงคโปร์โกรธ เก้าปีต่อมา สิงคโปร์ยื่นวัฒนธรรมแผงลอยของตัวเองขึ้นทะเบียนมรดกโลก คนมาเลเซียโกรธบ้าง
นักเขียนชาวไต้หวันคนเดิมสรุปไว้สั้นๆ ไก่ต้มกับข้าวมันไก่ไม่ได้มีที่เดียวในโลก สิ่งที่ทำให้คนกลับมาคือน้ำจิ้มพริกกับขิง
หลักที่ 33 · คนพันคนที่ได้ชิมทั้งสองฝั่งโหวตให้แผงลอยชนะเชฟระดับโลก แม้การแข่งนั้นจะมีเรื่องเล่าเต็มไปหมด และเรื่องว่าจานนี้เป็นของใครเถียงกันได้ไม่จบโดยไม่เปลี่ยนรสบนลิ้นสักนิด สิ่งที่ทำให้คนกลับมาซ้ำ คือสิ่งที่ลิ้นจำได้ เช่นน้ำจิ้ม
๏
บทนี้ฉันไม่ได้ส่งเรื่องเล่าไปให้ผู้คุมลูกเต๋า เพราะสิ่งที่ฉันได้จากมันไม่ใช่เรื่องเล่า มันคือคำแนะนำ
ฉันเล่าให้พ่อครัวฟังว่านักเขียนคนนั้นบอกว่าน้ำจิ้มคือสิ่งที่ทำให้คนกลับมา
พ่อครัวไม่ตอบ เขาหยิบครกหินออกมา ใส่ขิง กระเทียม พริก แล้วตำ
เสียงสากกระทบครกดังเป็นจังหวะ ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก
ร้านเรามีน้ำจิ้มสามอย่างมาตั้งแต่ร้านรอบแรก วางไว้ข้างจานให้แขกเลือกเอง ฉันเคยคิดว่ามันเป็นหลักการ คืนนี้ฉันเพิ่งรู้ว่ามันอาจเป็นเรื่องเล่าที่ดีที่สุดที่ร้านเรามี และมันไม่ต้องใช้คำพูดเลย
บทถัดไป · 9 / 15เรื่องที่เจ็ด · ทาร์ตที่หล่นในโมเดนา