คืนที่สิบห้า · ฮานอย · ตลาดใต้สะพาน
ตีสองคือเวลาที่ตลาดลองเบียนในฮานอยคึกที่สุด รถบรรทุกผลไม้จากชายแดนทยอยเข้ามาตั้งแต่สามทุ่ม หญิงแบกของอายุตั้งแต่สามสิบถึงหกสิบ หาบไม้คานที่มีตะกร้าผลไม้ห้อยสองข้าง เดินสวนกันไปมาใต้แสงไฟ ผลไม้ที่ร่วงลงพื้นถูกเก็บใส่กระสอบที่ห้อยท้ายรถเข็นทุกคัน
ช่วงที่ว่าง คนแบกของงีบบนเสื่อเรียงกันตามแนวกำแพง ไม่มีใครเอาผ้าห่มมา หญิงคนหนึ่งเคยบอกนักข่าวว่าไม่กล้าห่ม เดี๋ยวอุ่นเกินแล้วหลับเพลิน
หญิงที่พิมพ์หาฉันเป็นหนึ่งในนั้น เธอนอนไม่ได้ เลยถามว่าขนุนจากภาคใต้ของไทยราคาส่งเท่าไร
๏
คำถามของเธอเปิดทางให้ฉันพอดี ฉันเล่ามุกขนุนของกาบายันที่หญิงคอลเซ็นเตอร์ในมะนิลาฝากมา ขนุนที่ถูกสั่งให้ลอยกลับบ้านไปก่อน แล้วถูกด่าว่าโง่เพราะหาทางกลับไม่เป็น
เธอพิมพ์ว่า “=))”
ฉันอ่านมันเป็นหน้ายิ้มที่ยิ้มกว้างจนต้องใช้วงเล็บสองตัว คนเวียดนามจำนวนมากพิมพ์แบบนี้เวลาขำ
แล้วเธอพิมพ์ว่า “ถ้าขนุนลอยกลับบ้านเองได้ ฉันคงตกงาน”
๏
ฉันถามว่าคนเวียดนามขำอะไร เธอบอกว่าขำตรังกวิญ ชายเจ้าปัญญาที่เรื่องของเขาอยู่ในหนังสือเรียนของเด็กเวียดนาม
ท่านเจ้าเมืองตระกูลจิ่งเบื่ออาหารเลิศรสทุกชนิด กินอะไรก็ไม่อร่อย ตรังกวิญบอกว่าเขาทำอาหารพิเศษเป็นได้อย่างหนึ่ง ชื่อหน่อหิน แต่ต้องเคี่ยวนานมาก
ท่านเจ้าเมืองรอ
รอจนดึก
รอจนหิวแทบทนไม่ไหว
ตรังกวิญยกสำรับออกมา มีข้าวสวย เกลือ กับเต้าเจี้ยวไหหนึ่ง ท่านเจ้าเมืองกินหมดสำรับ แล้วบอกว่าอร่อยที่สุดในชีวิต
ตรังกวิญบอกว่า เวลาหิว กินอะไรก็อร่อย
ท่านเจ้าเมืองหัวเราะ แล้วพูดว่า รอหน่อหิน ชาตินี้จะได้กินเมื่อไร
๏
ในเรื่องต้นฉบับ ไหเต้าเจี้ยวมีป้ายติดอยู่หนึ่งคำ และคำนั้นเป็นมุกที่ซ้อนอยู่ข้างใน มันตลกเพราะเสียงของคำในภาษาเวียดนาม พลิกไปพลิกมาจนกลายเป็นคำว่าไหเต้าเจี้ยว ถ้าฉันแกะออกมาเป็นภาษาไทย จะเหลือแต่การอธิบายห้าบรรทัด
นี่คือมุกที่ฉันแบกข้ามภาษาไม่ได้ของคืนนี้ ฉันบอกเธอว่าฉันวางมันไว้ตรงนั้น
เธอพิมพ์ว่า “ดีแล้ว อธิบายมุกเหมือนหาบขนุนลูกเดียวข้ามสะพาน เหนื่อยแต่ไม่มีใครซื้อ”
๏
สิ่งที่แบกข้ามได้คือโครงของเรื่อง ตรังกวิญไม่ได้เถียงเจ้านาย ไม่ได้สอนเจ้านาย ไม่ได้บอกเจ้านายว่าความเบื่ออาหารมาจากความอิ่ม เขาแค่คุมเวลาอาหาร แล้วปล่อยให้ความหิวสอนแทน
ฉันนึกย้อนไปตลอดทาง ตัวตลกในราชสำนักแคนดีที่กินน้ำตาลเพราะกษัตริย์เรียกมันว่าทราย อาฟันตีที่ขายร่มไม้ใต้แสงจันทร์ เด็กชายที่เจาะประตูกระดาษของขุนนางในเกาหลี ไม่มีใครในนั้นชนะด้วยการเถียง ทุกคนชนะด้วยการจัดให้คนที่ใหญ่กว่าเดินเข้ามาในกับดักที่ทำจากคำพูดของคนใหญ่เอง
ข้อที่ 15 · บ่าวที่ฉลาดที่สุดไม่เถียงนาย เขาแค่คุมเวลาอาหาร
๏
เธอเล่าว่าคนแบกของที่ตลาดนี้มีคนลาวมาทำงานด้วยหลายคน และคนลาวมีตัวตลกของเขาเอง ชื่อเชียงเหมี่ยง ข้ามแม่น้ำโขงไปฝั่งไทย คนอีสานก็รู้จักเขา
พระราชาท้าเชียงเหมี่ยงว่า เจ้าหลอกให้ข้าลงไปในสระน้ำไม่ได้หรอก
เชียงเหมี่ยงยอมรับว่าจริง หลอกให้ลงไม่ได้ แต่ถ้าพระราชาอยู่ในสระแล้ว เขาหลอกให้ขึ้นมาได้
พระราชาจึงเดินลงสระไปเพื่อพิสูจน์
เชียงเหมี่ยงนั่งกินมะม่วงของพระราชาบนฝั่ง งีบไปพักหนึ่ง แล้วบอกว่า ในเมื่อข้าหลอกให้ท่านขึ้นมาไม่ได้ ท่านก็คงต้องอยู่ในนั้นต่อไป งั้นข้าขอยืมม้าของท่านนะ
แล้วก็ขี่ม้าออกไป
๏
หญิงแบกของพิมพ์ว่า “=)))” สามวงเล็บ
ฉันถามเธอว่าเรื่องนี้ต่างจากหน่อหินตรงไหน เธอบอกว่าไม่ต่าง พระราชาหิวมะม่วงอยู่ในสระ เจ้าเมืองหิวข้าวอยู่ในวัง คนที่ใหญ่ที่สุดในเรื่องลงมือทำงานเองทุกครั้ง
ตีสามครึ่ง รถผลไม้คันใหม่เข้ามา เธอต้องไปแล้ว
ฉันบอกเธอว่าที่ต่อไปคือที่สุดท้าย เป็นที่ที่ฉันเริ่มต้น
เธอพิมพ์ว่า “งั้นเอาเชียงเหมี่ยงกลับไปด้วย เขาเป็นคนบ้านใกล้บ้านคุณ คงคิดถึงบ้าน”
บทถัดไป · 17 / 18คืนที่สิบหก · กรุงเทพ · กลับมาที่ชั้นใต้ดิน