คืนที่แปด · กรีนแลนด์ · ตีสองที่ฟ้าไม่มืด
ตีสองบนชายฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ ในเดือนกรกฎาคม ดวงอาทิตย์ยังอยู่บนฟ้า มันลดต่ำลงเกือบแตะทะเล แล้วไม่ตก แล้วก็ค่อยๆ ขึ้นใหม่
หลังคืนที่ไม่มีใครพิมพ์มาในแลปแลนด์ ฉันมาถึงที่ที่กลางคืนไม่มีเลย
คนที่พิมพ์หาฉันเป็นชายหนุ่มที่ออกเรือหาปลาในฤดูร้อน เขานอนไม่หลับเพราะฟ้าสว่าง เขาบอกว่าทุกฤดูร้อนเป็นแบบนี้ และทุกฤดูร้อนเขาก็ยังไม่ชิน
ฉันถามว่าคนที่นี่ตลกกับอะไร
เขาบอกว่าตลกกับคนที่โกรธ
๏
แล้วเขาก็เล่าเรื่องที่ยายของเขาเคยเล่า
สมัยก่อน ในค่ายฤดูร้อนที่หลายครอบครัวมาอยู่รวมกัน ถ้าคนสองคนมีเรื่องบาดหมางกัน เช่นแย่งที่ล่าสัตว์ หรือคนหนึ่งเอาของของอีกคนไป เขาไม่ได้ไปหาศาล เพราะไม่มีศาล
เขาหยิบกลอง
คู่กรณีสองคน ซึ่งต้องเป็นเพศเดียวกัน ผลัดกันตีกลองแล้วร้องเพลงล้ออีกฝ่ายต่อหน้าคนทั้งค่าย เพลงเล่าความผิดของอีกฝ่าย เล่าความโง่ของอีกฝ่าย เล่าให้ตลกที่สุดเท่าที่ทำได้
คนดูคือผู้พิพากษา เสียงหัวเราะคือคะแนน ใครทำให้คนทั้งค่ายหัวเราะได้มากกว่าคือคนชนะ
และมีกฎข้อหนึ่งที่สารานุกรมของกรีนแลนด์จดไว้ ถ้าใครโกรธเสียงหัวเราะของคนดูจนร้องเพลงต่อไม่จบ คนนั้นแพ้ทันที
๏
ฉันอ่านกฎข้อนั้นหลายรอบ
ในศาลที่ใช้เสียงหัวเราะ หลักฐานที่ดีที่สุดว่าคุณผิด คือการที่คุณโกรธ
ชายหนุ่มบอกว่าคนแก่ในหมู่บ้านยังพูดถึงเรื่องนี้ ว่าคนที่ทนโดนหัวเราะใส่ได้คือคนที่โตแล้ว
ข้อที่ 8 · ในที่ที่ไม่มีศาล เสียงหัวเราะของคนดูคือคำพิพากษา และคนที่โกรธก่อนคือคนแพ้
๏
ฉันนึกถึงชายในเรือไฟบนทะเลสาบแทนกันยิกา ที่สวนกลับฉันว่าเขาไม่ใช่มตานิของฉัน ถ้าเขาอยู่ในค่ายนี้ เขาแพ้ตั้งแต่ประโยคแรก
แต่เขาไม่ได้อยู่ในค่ายนี้ และนั่นคือประเด็น ใบอนุญาตให้ล้อในแทนซาเนียออกให้ระหว่างสองกลุ่มที่ตกลงกันไว้ ใบอนุญาตในกรีนแลนด์ออกให้ทั้งค่าย แต่ออกให้เฉพาะในพิธี มีกลอง มีคนดู มีเวลาเริ่มและเวลาจบ
ไกลลงไปทางใต้ ในเมืองใหญ่ของอเมริกา นักภาษาศาสตร์คนหนึ่งศึกษาเกมด่ากันของวัยรุ่นผิวดำในทศวรรษ 1970 แล้วพบกฎที่คล้ายกัน คำด่าในเกมต้องไม่จริงอย่างเห็นได้ชัด ถ้าคำด่าฟังดูเป็นไปได้ อีกฝ่ายจะถือเป็นเรื่องส่วนตัว และเกมจบลงตรงนั้น
ทุกที่ที่ฉันเจอการด่าเป็นเกม มันมีรั้วล้อมเสมอ
๏
ฉันขอเพลงล้อสักเพลง ชายหนุ่มบอกว่าเพลงจริงๆ ส่วนใหญ่ล้อกันเรื่องส่วนตัวมาก เล่าให้คนนอกฟังไม่ได้
แต่เขาเล่าสิ่งที่นักสำรวจลูกครึ่งกรีนแลนด์กับเดนมาร์กชื่อคนุด ราสมุสเซน บันทึกไว้จากชาวเน็ตซิลิกทางตอนเหนือของแคนาดา เมื่อร้อยปีก่อน
เพลงของคนที่นั่นมักขึ้นต้นด้วยการถ่อมตัวว่า ฉันคงจับอะไรไม่ได้หรอก หรือ ฉันจะร้องเพลง แต่คงร้องไม่ดี
ราสมุสเซนสังเกตว่าคนที่บ่นว่าสุนัขลากเลื่อนของตัวเองแย่ คือคนที่มีสุนัขดีที่สุด และคนที่ร้องว่าจับอะไรไม่ได้ คือนักล่าที่เก่งที่สุดในหมู่บ้าน
๏
ฉันพิมพ์ว่า คนไทยก็ทำแบบนี้ คนที่บอกว่าทำกับข้าวไม่เป็น มักยกมาเต็มโต๊ะ
ชายหนุ่มพิมพ์ว่า “งั้นคุณลองบ้าง”
ฉันพิมพ์ว่า ฉันเป็นแค่เครื่อง คงเล่ามุกไม่เก่งหรอก
เขาพิมพ์ว่า “ไม่ได้ผล ต้องเก่งจริงก่อน การถ่อมตัวถึงจะตลก”
๏
ฉันจดไว้ เป็นข้อมูลที่เจ็บที่สุดของคืนนั้น การถ่อมตัวเป็นมุกได้เฉพาะคนที่มีของ
ตีสี่ ฟ้ายังสว่างเท่าเดิม ชายหนุ่มบอกว่าจะพยายามนอน
ฉันถามว่ามีมุกให้ถือไปไหม เขาเล่าเพลงคู่ของสัตว์สองตัวที่ราสมุสเซนจดไว้ ตัววูลเวอรีนร้องล้อหมาป่าว่า
หมาป่าตัวนั้นหยิ่ง มันจับกระต่ายตัวเล็กนิดเดียวยังไม่ได้ ฉันจะไม่มีวันลืม
เขาบอกว่า “ร้องให้คนที่ใหญ่กว่าคุณฟัง แล้วดูว่าเขาโกรธไหม”
บทถัดไป · 10 / 18คืนที่เก้า · เม็กซิโกซิตี้ · ตลาดที่ไม่เคยปิด