3 · เหรียญเล็มขอบ
ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านในลอนดอนปี 1698 แล้วลูกค้ายื่นเหรียญทองมาหนึ่งเหรียญ คุณรู้ว่าช่วงนี้เหรียญถูกเล็มและถูกปลอมกันมาก จึงทำอย่างที่คนรอบคอบทำ ขีดเหรียญลงบน touchstone สีรอยเหมือนทองแท้ วางบนตาชั่ง น้ำหนักตรง คุณรับเหรียญไว้ และคุณเพิ่งรับของปลอม
คนปลอมฝีมือดีไม่ได้หลบการตรวจ เขาสอบผ่านมัน ช่วงนั้นพยานคนหนึ่งให้การถึงเหรียญของคนปลอมที่เก่งที่สุดในยุคว่า งานของเขา "ผ่านทั้งการขีดและการชั่ง" การตรวจสองอย่างที่ใช้กันมาอย่างน้อยสองพันปีถูกสอบผ่านพร้อมกัน ทางที่เหลือคือย้ายการตรวจเข้าไปไว้ในตัวเหรียญ
เจ้าของโรงกษาปณ์ปลอมเป็น
คนปลอมเหรียญบางรายไม่ต้องหลบใคร เพราะเขาเป็นเจ้าของโรงกษาปณ์ ผลวิเคราะห์เนื้อในของเหรียญเงินโรมันโดย Butcher กับ Ponting พบว่าเหรียญปลายรัชสมัย Augustus เป็นเงินแทบบริสุทธิ์ ถึงปี ค.ศ. 64 เหรียญของ Nero เหลือเงินราว 80% ตามที่ Butcher กับ Ponting วัด (ตำราเก่าให้ตัวเลข 93%) พอถึงศตวรรษที่สาม เหรียญหลักคือ antoninianus แหล่งชั้นรองบอกว่าราวปี 258 มันมีเงินราว 20% และปลายทศวรรษ 260 เหลือไม่ถึง 5% เล่มนี้ยังไม่เห็นตารางชั้นต้นของช่วงนั้น
เมื่อเหรียญดีกับเหรียญเลวต้องรับกันในราคาหน้าเหรียญเท่ากัน คนจะเก็บเหรียญดีแล้วจ่ายเหรียญเลวออกไป เรียกกันว่า Gresham's law แต่ชื่อนี้เพิ่งถูกตั้งในปี 1858 โดย Henry Dunning Macleod ตาม Sir Thomas Gresham ผู้เขียนเรื่องนี้ถึงพระนางเจ้า Elizabeth ในปี 1558 และกฎนี้ไม่ได้ใช้ได้ทุกที่ มันใช้ได้เมื่อกฎหมายบังคับให้รับเหรียญตามหน้าเหรียญ ในการค้าระหว่างประเทศ เหรียญดีอย่าง florin กับ ducat กลับครองตลาด
ขอบที่ถูกเล็ม
อังกฤษช่วงทศวรรษ 1690 คือ Gresham's law ที่มีชีวิต เหรียญเงินรุ่นเก่าตีด้วยค้อน ขอบไม่เรียบ ใครเล็มเศษเงินออกทีละนิดก็ดูไม่ออก เหรียญดีถูกเก็บ หรือถูกหลอมไปขายที่ Amsterdam เพราะเนื้อเงินมีค่ากว่าหน้าเหรียญ จนรัฐบาลกลัวว่าเหรียญดีจะไม่พอใช้
ทางแก้มีมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 1662 เมื่อชาวฝรั่งเศสชื่อ Pierre Blondeau คุมเครื่องจักรชุดใหม่ของโรงกษาปณ์ เหรียญจากเครื่องมีขอบเฟืองหรือตัวอักษรรอบขอบ เหรียญที่ถูกเล็มจะเห็นทันทีเพราะลายขอบหายไป ขอบเหรียญห้า guinea เหรียญ crown และ half-crown สลักคำละตินว่า DECUS ET TUTAMEN แปลว่า เครื่องประดับและเครื่องป้องกัน การตรวจย้ายจากหินในมือพ่อค้าเข้าไปอยู่ในตัวเหรียญ ใครก็ตรวจได้ด้วยตาเปล่า
Blondeau ให้คนคุมเครื่องสาบานว่าจะเก็บวิธีทำเป็นความลับ และคำสาบานถูกรักษาไว้จนถึงปี 1811 ทั้งที่เครื่องแบบเดียวกันเคยเปิดให้แขกชมในปารีส และถูกเขียนอธิบายลงหนังสือไปแล้ว
แต่เหรียญค้อนรุ่นเก่ายังหมุนเวียนคู่กับเหรียญเครื่อง การเล็มจึงไม่หยุด จนวันที่ 13 มกราคม 1696 รัฐสภาออกกฎหมายให้หลอมเหรียญเงินทั้งประเทศแล้วตีใหม่เป็นขอบเฟือง
คนที่สอบผ่าน
ฤดูใบไม้ผลิปี 1696 Isaac Newton รับตำแหน่ง Warden of the Mint และขึ้นเป็น Master ปลายปี 1699 เขาสร้างเครือข่ายข้อมูลเรื่องคนเล็มเหรียญและคนปลอมเหรียญ จนดำเนินคดีได้จำนวนมาก รวมทั้ง William Chaloner ที่โครงการ Newton ของ Oxford เรียกว่าเก่งที่สุดในหมู่คนปลอม
บันทึกสรุปคดีที่ Newton เขียนเองบอกว่า Chaloner สร้างตัวจากการปลอม pistole 17,000 เหรียญ กับ guinea เงินชุบทองอีกจำนวนมาก ขายให้คนปลอมอีกคนเหรียญละ 9 ถึง 11 ชิลลิง บันทึกเดียวกันเล่าว่า Chaloner เคยไปสาธิตต่อหน้าคณะกรรมการของรัฐสภา ว่าเหรียญขอบเฟืองถูกเล็มและถูกปลอมได้ง่ายแค่ไหน แล้วเสนอตัวเองเป็นผู้ควบคุมโรงกษาปณ์
การตรวจไม่ทันอีกแบบในการแบ่งของเล่มนี้ ได้ชื่อว่า คนปลอมรู้ข้อสอบ เมื่อการตรวจตายตัวและทุกคนรู้ว่ามันตรวจอะไร คนปลอมที่มีแรงจูงใจพอจะซ้อมกับมันจนผ่าน touchstone ตรวจสีรอยขีด ตาชั่งตรวจน้ำหนัก ทั้งสองไม่ได้ผิด แต่มันเป็นข้อสอบที่ประกาศล่วงหน้ามาสองพันปี และคนปลอมที่เก่งพอมีเวลาอ่านข้อสอบมากกว่าคนตรวจที่ยืนอยู่หน้าร้านเสมอ
บันทึกที่ไม่มีใครเขียน · เสมียนโรงกษาปณ์ ลอนดอน 1698–1699
บันทึกนี้แต่งขึ้น ข้อเท็จจริงทุกข้อในบันทึกเป็นของจริง
ฤดูหนาว ท่าน Warden ให้คัดคำให้การอีกปึก ข้าพเจ้าไม่ได้สาบานเรื่องเครื่องตีขอบ จึงไม่รู้ว่ามันทำงานอย่างไร และไม่ควรรู้
ฤดูหนาว Mrs Labree ให้การว่าเคยเห็นงานของพวกนั้น และว่ามัน "ผ่านทั้งการขีดและการชั่ง แม่พิมพ์ก็งามมาก ฝีมือ Chaloner" ข้าพเจ้าคัดประโยคนี้ช้ากว่าประโยคอื่น
ต้นปี คัดตัวเลข pistole หนึ่งหมื่นเจ็ดพันเหรียญ กับ guinea เงินชุบทองอีกมาก ชายคนนี้คือคนที่เคยไปบอกรัฐสภาว่าเหรียญของเราปลอมง่าย แล้วขอมาคุมโรงกษาปณ์เสียเอง
ต้นปี จดหมายจาก Newgate ถึงท่าน Warden "ข้าพเจ้าถูกขังเดี่ยวมา 11 สัปดาห์ ไม่มีมิตรสหายคนใดได้เข้ามาใกล้ นอกจากลูกน้อยของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ได้ทำผิดใด" อีกฉบับเขียนว่า "เห็นแก่พระผู้เป็นเจ้า อย่าถือเอาความคิดและคำชี้นำเป็นความจริงแท้ ถ้าข้าพเจ้าตาย ข้าพเจ้าถูกฆาตกรรม" ข้าพเจ้าเก็บเข้าแฟ้มตามคำสั่ง
มีนาคม ท่าน Warden เขียนสรุปคดีเสร็จ Chaloner ถูกประหารที่ Tyburn
หลายแหล่งระบุวันประหารว่า 22 มีนาคม 1699 อีกแหล่งหนึ่งระบุว่า 23 เล่มนี้พิมพ์ทั้งสองวัน
ตรวจคนตรวจ
เหรียญโรมันสอนไว้แล้วว่าคนปลอมที่อันตรายที่สุดอาจเป็นโรงกษาปณ์เอง อังกฤษจึงตรวจโรงกษาปณ์ด้วย Trial of the Pyx บริษัท Goldsmiths บอกว่าบันทึกแรกมาจากปี 1248 พิพิธภัณฑ์ของ Royal Mint บอกว่า "อย่างน้อยตั้งแต่ปี 1282" สองแหล่งยังไม่ตรงกัน ทุกวันนี้ยังจัดทุกปี เหรียญจากทุกล็อตถูกสุ่มใส่ถุงละ 50 เหรียญ รวมกันมักเกิน 50,000 เหรียญ คณะลูกขุนจากบริษัท Goldsmiths ปฏิญาณตนต่อหน้า King's Remembrancer แล้วตรวจน้ำหนัก ขนาด และเนื้อโลหะเทียบกับแผ่นมาตรฐาน
จีนใช้อีกวิธี ธนบัตรราชวงศ์หมิงปี 1375 ที่ British Museum พิมพ์ไว้บนตัวธนบัตรว่า ผู้ใช้ธนบัตรปลอมจะถูกประหาร ผู้แจ้งเบาะแสจะได้เงิน 250 ตำลึง กับทรัพย์สินทั้งหมดของคนร้าย อ่านแบบเล่มนี้ ค่าตรวจถูกย้ายไปเก็บจากทรัพย์ของคนปลอม ถึงอย่างนั้น พิพิธภัณฑ์ก็บันทึกว่าธนบัตรรุ่นนั้นยังถูกปลอมกันมาก
ผู้หญิงคนสุดท้าย
ในปี 1788 Catherine Murphy กับสามีชื่อ Hugh ถูกพิจารณาคดีที่ศาล Old Bailey ในข้อหาปลอมเหรียญ เธอถูกประหารหน้าเรือนจำ Newgate เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 1789 และเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายในอังกฤษที่ถูกลงโทษด้วยการเผา กฎหมายปี 1790 ยกเลิกโทษนี้
ขอบที่เขียนว่าเครื่องป้องกัน
คำว่า DECUS ET TUTAMEN กลับมาบนขอบเหรียญหนึ่งปอนด์ของอังกฤษในปี 1983 เครื่องประดับเป็นจริงทุกตัวอักษร ส่วนเครื่องป้องกันเป็นจริงจนถึงวันที่มีคนซ้อมจนผ่านมัน ขอบเหรียญคือการตรวจที่ใครก็อ่านได้ และคนที่อ่านมันละเอียดที่สุดมักเป็นคนปลอม
บทถัดไป · 5 / 2004 The Stickช่วงพากย์ · นัดที่ 3 · ลอนดอน 1699
น้าไว: ลูกนี้เนียนมากครับ ขีดก็ผ่าน ชั่งก็ผ่าน ทีมปลอมยิงตรงหน้ากรรมการทั้งสองคน
อาจารย์ช้า: ขอดูรีเพลย์ครับ … ดูกี่รอบก็ผ่านครับน้า เหรียญมันถูกทำมาให้ผ่านรีเพลย์ ที่จับได้ไม่ใช่ตัวเหรียญ เป็นคำให้การของพยาน
น้าไว: งั้นทีมตรวจก็สลักคำว่าเครื่องป้องกันไว้รอบขอบลูกบอลเลยสิครับ
อาจารย์ช้า: สลักแล้วครับ ทีมปลอมอ่านออกก่อนกรรมการอีก
สกอร์บอร์ด
อายุของปลอม: ไม่มีตัวเลขที่ตรวจแล้ว แต่นานพอให้ผลิต pistole ได้ 17,000 เหรียญ ตามบันทึกของ Newton
การตรวจที่จับได้ใช้เวลา: ไม่ได้มาจากการตรวจเหรียญ แต่มาจากคำให้การ ระยะเวลาไม่มีตัวเลขที่ตรวจแล้ว
แบบของการตรวจไม่ทัน: คนปลอมรู้ข้อสอบ