9 · ขนตา แบงก์ไร้ที่ติ และเครื่องจักรที่ปฏิเสธ
ถ้าคุณเป็นเสมียนของธนาคารแห่งอังกฤษในปี 1943 ธนบัตรใบหนึ่งเพิ่งเดินทางมาถึงโต๊ะคุณ หลังผ่านธนาคารอังกฤษแห่งหนึ่งในโมร็อกโก มันดูเหมือนของจริงทุกจุด คุณเปิดสมุดปกหนังที่จดเลขธนบัตรที่ถอนคืนแล้ว และพบเลขเดียวกันนี้ ถูกบันทึกไว้ว่าจ่ายแล้ว
ของปลอมที่ไร้ที่ติถูกจับได้จากบันทึกที่อยู่นอกตัวมัน ถ้ากระดาษ หมึก และลวดลายทำมาดีพอ แว่นขยายตัวไหนก็ไม่ช่วย แต่ธนบัตรไม่ได้มีแค่หน้าตา มันมีประวัติ และประวัติของมันอยู่ในสมุดของคนอื่น สงครามโลกครั้งที่สองมีคนตรวจที่รู้เรื่องนี้ดี
แบงก์ที่ตาแยกไม่ออก
ส่วนนี้ต้องเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบ คนที่ทำธนบัตรปลอมชุดนี้คือนักโทษชาวยิว 142 คนในค่ายกักกัน Sachsenhausen ที่ SS บังคับให้ทำ แผนเริ่มราวปี 1939–1940 และได้ชื่อ Operation Bernhard ในปี 1942 ตามชื่อพันตรี SS Bernhard Krüger
นักโทษพบว่าธนบัตรจริงมีเครื่องหมายลับราว 150 จุด เป็นตำหนิเล็ก ๆ ที่จงใจใส่ไว้ พวกเขาทำแม่พิมพ์ธนบัตร 5, 10, 20 และ 50 ปอนด์ ทำกระดาษให้สัมผัสเหมือนของจริง และทำให้ดูเก่าด้วยการถู พับ และจับด้วยมือที่เปื้อน ธนาคารแห่งอังกฤษบรรยายผลงานว่าตาเปล่าแยกไม่ออก สถิติลับที่อนุสรณ์สถาน Sachsenhausen อ้างถึงบอกว่ามูลค่าหน้าธนบัตรรวมกว่า 135 ล้านปอนด์
แหล่งสองแหล่งเล่าการตรวจต่างกัน อนุสรณ์สถานเล่าว่า SS ส่งธนบัตรตัวอย่างไปทดสอบผ่านสายลับในสวิตเซอร์แลนด์ และ "หลังจากธนาคารแห่งอังกฤษเทียบเลขชุดแล้ว ธนบัตรก็ถูกตัดสินว่าเป็นของจริง" ธนาคารแห่งอังกฤษเล่าว่าผู้ปลอมถอดระบบเลขชุดไม่ได้ จึงใช้เลขของธนบัตรจริงซ้ำ และนั่นคือสิ่งที่เสมียนในปี 1943 เห็นในสมุด เลขนั้นถูกบันทึกไว้แล้วว่า "จ่ายแล้ว"
ทั้งสองเรื่องอาจจริงคนละช่วงเวลา เลขที่ตรงกับของจริงพิสูจน์ได้แค่ว่าเลขนั้นมีอยู่ มันพิสูจน์ไม่ได้ว่ากระดาษแผ่นนี้คือธนบัตรใบนั้น สิ่งที่จับได้คือบันทึกชีวิตของธนบัตรใบจริง ซึ่งอยู่นอกตัวของปลอมทั้งหมด ธนาคารแห่งอังกฤษตอบด้วยการถอนธนบัตรทุกใบที่มูลค่าสูงกว่า 5 ปอนด์ออกจากระบบ ธนบัตร 10 ปอนด์กลับมาในปี 1964 20 ปอนด์ในปี 1970 และ 50 ปอนด์ในปี 1981 ในแบบที่ปลอมยากกว่าเดิมมาก
ขนตาเส้นเดียว
เรื่องที่สองต้องเล่าด้วยความเคารพเช่นกัน ปี 1943 อังกฤษต้องการให้เยอรมนีเชื่อว่าเป้าหมายต่อไปคือกรีซกับซาร์ดิเนีย ส่วนซิซิลีเป็นแค่การหลอก พวกเขาใช้ร่างของชายไร้บ้านคนหนึ่งที่เคยทำงานรับจ้าง และเสียชีวิตหลังกลืนยาเบื่อหนู แต่งให้เป็นนายทหารนาวิกโยธินชื่อ William Martin พร้อมจดหมายที่บอกเป้าหมายปลอม ชื่อจริงของเขาคือ Glyndwr Michael
เช้ามืดวันที่ 30 เมษายน 1943 เรือ HMS Seraph ปล่อยร่างของเขาลงทะเล ห่างชายฝั่งสเปนราวหนึ่งไมล์ ชาวประมงพบเขาในวันเดียวกัน และเขาถูกฝังที่ Huelva อย่างสมเกียรติทหารเมื่อ 2 พฤษภาคม
เรื่องนี้อยู่ในเล่มนี้เพราะการตรวจซ้อนการตรวจ ตามที่นักประวัติศาสตร์ Smyth และ Macintyre บันทึกไว้ ฝ่ายอังกฤษสอดขนตาเส้นหนึ่งไว้ในจดหมาย เจ้าหน้าที่ฝั่งสเปนอ่านจดหมายโดยไม่แตะตราครั่ง พวกเขาม้วนจดหมายที่ยังชื้นรอบแท่งเล็ก ๆ แล้วดึงออกทางช่องระหว่างฝากับตัวซอง ถ่ายรูป แล้วสอดกลับ จดหมายถูกส่งคืนอังกฤษเมื่อ 11 พฤษภาคม แล็บในลอนดอนพบว่าขนตาหายไป เส้นใยกระดาษช้ำจากการพับเกิน และกระดาษแห้งเป็นรูปม้วน คนตรวจฝั่งหนึ่งตรวจจดหมาย ส่วนขนตาตรวจคนตรวจ
ฝ่ายเยอรมันเชื่อ Imperial War Museums สรุปว่าเยอรมนีส่งทหารไปซาร์ดิเนียเพิ่มเป็นสองเท่า และย้ายกองพลไปกรีซกับคาบสมุทรบอลข่าน การบุกซิซิลีเริ่มในคืนวันที่ 9 กรกฎาคม 1943 และ "สร้างความประหลาดใจอย่างยิ่ง" นักประวัติศาสตร์ชุดเดียวกันเล่าว่าอังกฤษรู้ตั้งแต่ 14 พฤษภาคมว่าเยอรมนีเชื่อ จากข้อความวิทยุที่ถอดรหัสได้ และการอ่านวิทยุของอีกฝ่ายต้องใช้คนตรวจอีกแบบ
เครื่องที่ทำงานด้วยการปฏิเสธ
วิทยุของกองทัพบกและกองทัพอากาศเยอรมันเข้ารหัสด้วยเครื่อง Enigma เลือกจานหมุนสามจากห้า ต่อสายที่แผงปลั๊กสิบคู่ แล้วตั้งตำแหน่งเริ่มต้น นับรวมได้ 158,962,555,217,826,360,000 แบบ หรือราว 1.59 × 10²⁰ ลองวินาทีละล้านแบบก็ยังต้องใช้ราวห้าล้านปี ตัวเลขทั้งสองเล่มนี้คำนวณเอง สงครามรอไม่ไหว
Turing จึงเลิกหา แล้วหันมาตรวจ วิธีของเขาใช้ crib คือคำเดาว่าข้อความช่วงหนึ่งเขียนว่าอะไร และไม่ต้องรู้อะไรเรื่องแผงปลั๊กเลย กองทั้งกองหดเหลือ "มากกว่าหนึ่งล้านเล็กน้อย" คือลำดับจานหมุน 60 แบบ คูณตำแหน่ง 17,576 ตำแหน่ง ได้ 1,054,560 (เล่มนี้คำนวณเอง)
เครื่อง bombe รับคำเดานั้นไปไล่ทีละตำแหน่ง ในแต่ละตำแหน่งมันสมมติว่าตัวอักษรตัวหนึ่งต่อสายไว้กับอีกตัว แล้วไล่ผลของสมมติฐานนั้นไปตามวงจร ถ้าสมมติผิด ผลจะขัดแย้งกันเอง และตำแหน่งนั้นถูกทิ้ง Turing เขียนไว้ใน Treatise on Enigma ตามที่ Frank Carter แห่ง Bletchley Park Trust ยกมาว่า เมื่อสมมติฐานผิด "ข้อสรุปทุกข้อที่ได้จะผิดทั้งหมด และสมมติฐานที่เหลืออยู่จะโดดเด่นออกมาชัดเจน ในฐานะสมมติฐานที่อาจถูก"
หนึ่งรอบที่ไล่ครบ 17,576 ตำแหน่งใช้ราว 18–20 นาที ไม่ถึงหนึ่งในสิบวินาทีต่อตำแหน่ง และเครื่องหนึ่งไล่ได้สามลำดับจานหมุนพร้อมกัน ลองครบหกสิบลำดับบนเครื่องเดียวก็ราวหกถึงเจ็ดชั่วโมง สองตัวเลขหลังนี้เล่มนี้คำนวณเอง เมนูทั่วไปทำให้เครื่องหยุดหลอกราวสี่ครั้งต่อหนึ่งลำดับจานหมุน ทุกจุดที่หยุดจึงถูกส่งให้เครื่องตรวจอีกเครื่องตรวจซ้ำ ตลอดสงคราม bombe ถูกสร้างขึ้นมากกว่า 200 เครื่อง
ความไม่สมมาตรอยู่ตรงนี้ การตรวจว่าคำเดาข้อหนึ่งขัดแย้งกันเองไหมใช้เวลาเสี้ยววินาที แต่การหาคำตอบที่ถูกจากราว 1.59 × 10²⁰ แบบไม่มีใครทำทัน Bletchley จึงไม่ได้ชนะด้วยการหา มันชนะด้วยการเดาให้กองเล็กลงจนตรวจได้ครบทุกข้อ แล้วปล่อยให้ความขัดแย้งทำหน้าที่ทิ้งของผิด คำตอบที่ถูกคือสิ่งที่รอดมาได้
บันทึกที่ไม่มีใครเขียน · คนเฝ้าเครื่อง bombe กะดึก
บันทึกนี้แต่งขึ้น ข้อเท็จจริงทุกข้อในบันทึกเป็นของจริง
คืนแรก · ได้เมนูมาหนึ่งแผ่น คือคำเดาว่าข้อความวิทยุช่วงหนึ่งเขียนว่าอะไร ไม่มีใครบอกว่าเดาถูกไหม หน้าที่คือให้เครื่องลอง
คืนที่สาม · หนึ่งรอบไล่ครบหมื่นเจ็ดพันกว่าตำแหน่งในราวสิบแปดนาที คืนนี้เครื่องหยุดสี่ครั้ง ส่งไปเครื่องตรวจทั้งสี่จุด หลอกหมดทั้งสี่
คืนหนึ่งช่วงหลัง · ได้ยินว่าช่วงนี้อ่านข้อความได้ราววันละสี่พันข้อความ ทั้งคืนเครื่องไม่เคยบอกว่าอะไรถูก มันบอกแต่ว่าอะไรผิด ที่เหลืออยู่ตอนเช้าคือคำตอบ
บทถัดไป · 11 / 2010 The Bomb Clockช่วงพากย์ · นัดที่ 9 · ลอนดอนและ Bletchley Park 1943
น้าไว: เครื่องของทีมตรวจหยุดแล้วครับท่านผู้ชม! เจอแล้ว!
อาจารย์ช้า: หยุดหลอกครับน้า รอบนี้หยุดหลอกไปสามครั้งแล้ว
น้าไว: แล้วเครื่องรู้ได้ยังไงครับว่าตัวไหนถูก
อาจารย์ช้า: มันไม่รู้ครับ มันรู้แต่ว่าตัวไหนผิด ตัวที่เหลือตอนจบคือคำตอบ
น้าไว: งั้นใครบอกคำตอบให้มันครับ
อาจารย์ช้า: คนเดาครับน้า เครื่องแค่ตรวจคำเดาล้านกว่าแบบ ตรวจนั้นเร็ว หานั้นช้า ส่วนของที่ดูไร้ที่ติ อย่าถามตัวมันครับ ไปถามสมุดที่อยู่ข้างนอกมัน
สกอร์บอร์ด
อายุของปลอม: ไม่มีบันทึกว่าธนบัตรปลอมของ SS ออกสู่ตลาดเมื่อใด ใบแรกถูกจับได้ในปี 1943
การตรวจที่จับได้ใช้เวลา: เปิดสมุดเลขธนบัตรที่จ่ายแล้วหนึ่งครั้ง
แบบของการตรวจไม่ทัน: —