14 · ทำไมครั้งที่ห้า
ถ้าคุณเคยถูกเด็กถามว่าทำไมติดกันห้าครั้ง คุณรู้ว่าคำตอบที่ห้าจะไปจบที่ไหน ทำไมฟ้าเป็นสีฟ้า เพราะแสงคลื่นสั้นอย่างสีฟ้ากระเจิงมากกว่าแสงคลื่นยาวอย่างสีแดง ทำไมคลื่นสั้นกระเจิงมากกว่า เพราะโมเลกุลของอากาศเล็กกว่าความยาวคลื่นมาก ทำไมของเล็กจึงทำแบบนั้นกับแสง แล้วต่อไปอีกชั้นหนึ่ง จนถึงคำตอบว่า มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ
ปรัชญาดูเหมือนไม่เคยตอบอะไรได้ เพราะทุกคำถามที่มันตอบได้ ย้ายออกไปใช้ชื่ออื่นหมดแล้ว
ชื่อที่ย้ายออกไป
ฟิสิกส์เคยชื่อปรัชญา
หนังสือที่วางรากฐานฟิสิกส์ของ Isaac Newton ในปี 1687 ชื่อว่า Philosophiae Naturalis Principia Mathematica แปลว่าหลักการทางคณิตศาสตร์ของปรัชญาธรรมชาติ ในยุคนั้น การถามว่าดาวเคลื่อนที่อย่างไรและทำไมของจึงตก เป็นงานของนักปรัชญา
Bertrand Russell เขียนไว้ในบทสุดท้ายของหนังสือปี 1912 ว่า ทันทีที่ความรู้ที่แน่นอนเกี่ยวกับเรื่องใดเป็นไปได้ เรื่องนั้นก็เลิกถูกเรียกว่าปรัชญา และกลายเป็นศาสตร์ที่แยกออกไป เขายกหนังสือของ Newton เป็นตัวอย่างเองด้วย ดาราศาสตร์ออกไป ฟิสิกส์ออกไป คำถามที่เหลืออยู่ในปรัชญา คือคำถามที่ยังไม่มีใครรู้วิธีตอบให้ตรวจได้
ผลคือภาพที่ไม่ยุติธรรม ปรัชญาดูเหมือนย่ำอยู่กับที่ เพราะทุกครั้งที่มันเดินไปถึงไหน ที่นั่นก็เปลี่ยนชื่อ
คำว่าปรัชญา
คำว่า philosophy มาจากภาษากรีก แปลว่าความรักในปัญญา
ตามที่ Diogenes Laertius และ Cicero เล่าต่อกันมา Pythagoras เป็นคนแรกที่เรียกตัวเองว่านักปรัชญา ผู้รักปัญญา ไม่ใช่ผู้มีปัญญา เพราะเขาถือว่าไม่มีมนุษย์คนใดมีปัญญาได้ มีแต่พระเจ้า เรื่องนี้เป็นตำนานมากกว่าประวัติศาสตร์ แต่มันเก็บความหมายไว้ถูกที่ นักปรัชญาไม่ใช่คนที่ถือคำตอบ แต่เป็นคนที่ยังเดินไปหามัน
ห้าคำถามที่ยังอยู่
คำถามที่ยังอยู่ในปรัชญาแบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ ตามสิ่งที่มันถาม
อะไรมีอยู่จริง คือคำถามของ metaphysics
รู้ได้อย่างไร คือคำถามของ epistemology ที่บทที่ 2 ถามว่าอะไรผูกความเชื่อไว้กับความจริง
อะไรตามมาจากอะไร คือคำถามของตรรกศาสตร์ ที่ภาคที่สองของเล่มนี้วาดแผนที่ให้
ควรทำอะไร คือคำถามของจริยศาสตร์ (ethics) บ้านของความถูกแบบที่สามในบทที่ 1
อะไรงาม คือคำถามของสุนทรียศาสตร์ (aesthetics)
ตรรกศาสตร์เป็นกลุ่มที่แปลกที่สุดในห้ากลุ่ม มันได้วิธีตอบที่ตรวจได้ไปนานแล้ว ตั้งแต่ Boole ถึง Gödel แต่มันไม่ได้ย้ายออกไปทั้งตัว มันอยู่ทั้งในภาควิชาคณิตศาสตร์และภาควิชาปรัชญา เพราะคำถามว่าทำไมท่อที่ไม่รั่วจึงไม่รั่ว ยังไม่ใช่คำถามที่คณิตศาสตร์ตอบแทนได้
ที่ที่ปรัชญาทำงาน
คำถามที่ห้าของเด็กคนนั้นไม่ได้ถามถึงสิ่งในแผนที่อีกต่อไป มันถามถึงตัวแผนที่ ทำไมแสงเป็นแบบนี้ ทำไมโลกมีกฎแบบนี้ ไม่ใช่แบบอื่น ทำไมตรรกะจึงใช้ได้ ตรงนั้นคือสุดทางของกรอบ ที่บทที่ 9 บอกว่าไม่มีระบบไหนมองเห็นได้จากข้างใน
ปรัชญาทำงานที่สุดทางนั้น มันไม่ได้มีเครื่องมือที่วิทยาศาสตร์ไม่มี มันแค่ยอมถามในที่ที่เครื่องมือของวิทยาศาสตร์ยังไปไม่ถึง และตรวจกรอบที่คนอื่นใช้โดยไม่รู้ตัวว่าใช้อยู่
Russell ปิดบทเดียวกันนั้นด้วยความคิดว่า ปรัชญาควรถูกศึกษา ไม่ใช่เพื่อคำตอบที่แน่นอนของคำถามของมัน เพราะโดยมากแล้วไม่มีคำตอบใดรู้ได้แน่ว่าจริง แต่เพื่อตัวคำถามเอง คำถามเหล่านั้นทำให้ความคิดของคุณกว้างกว่าที่มันจะเป็นได้ด้วยตัวเอง
คำตอบว่า มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ คือจุดที่กรอบของคุณหมด ปรัชญาคือการไม่ยอมหยุดตรงนั้น
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: ประวัติของวิชาต่างๆ ไม่ได้เป็นไปตามแบบที่ Russell วาดไว้ ข้อยกเว้นที่ชัดที่สุดคือตรรกศาสตร์เอง ซึ่งบทนี้บอกไว้แล้ว ถ้าวิชาที่ได้วิธีตอบแล้วแต่ยังอยู่ในปรัชญามีมากกว่าวิชาที่ย้ายออกไปจริง ภาพของปรัชญาในบทนี้ต้องเขียนใหม่
แหล่ง:
- Russell 1912, The Problems of Philosophy บทที่ 15 "The Value of Philosophy" รวมตัวอย่างหนังสือของ Newton — https://monadnock.net/russell/problems-15.html
- Newton 1687, Philosophiae Naturalis Principia Mathematica — https://plato.stanford.edu/entries/newton-principia/
- Diogenes Laertius, Lives of Eminent Philosophers บทนำ ข้อ 12 และ Cicero, Tusculan Disputations 5.3 ตำนานที่ Pythagoras เรียกตัวเองว่านักปรัชญา — https://topostext.org/work/221 และ https://www.attalus.org/cicero/tusc5A.html