ปีที่ 342
เวลาในเมือง: ปีที่ 342 · เวลาที่เหลือ: ตลอดไป
สิ่งที่หมดก่อนในชีวิตที่ไม่มีวันจบ ไม่ใช่เวลา มันคือเหตุผลที่จะอยากให้มีวันพรุ่งนี้ นักปรัชญาคนหนึ่งทำนายเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ปี 1973 สี่สิบกว่าปีต่อมา San Junipero สร้างไนต์คลับหนึ่งแห่งที่หน้าตาเหมือนคำทำนายนั้นทุกอย่าง
๏
ปี 1922 ที่โรงละครแห่งหนึ่งในกรุงปราก Karel Čapek นักเขียนชาวเช็กเปิดแสดงละครเรื่องใหม่ เรื่องของนักร้องโอเปร่าคนหนึ่งที่สวยเกินจริง และเย็นชาจนคนรอบตัวขนลุก
ความลับของเธอคือ หลายร้อยปีก่อน พ่อของเธอเป็นหมอประจำราชสำนัก จักรพรรดิสั่งให้คิดยาอายุวัฒนะ และหมอทดลองยากับลูกสาววัย 16 ของตัวเองก่อน ยาได้ผล อยู่ได้ 300 ปี ตอนนี้ฤทธิ์ยากำลังหมด เธอต้องหาสูตรนั้นกลับมาให้ได้
ตอนจบ เธอได้สูตรมาอยู่ในมือ แล้วเธอก็ไม่อยากใช้มัน ละครจบด้วยหญิงสาวอีกคนเผาสูตรนั้นทิ้ง
๏
ห้าสิบปีต่อมา Bernard Williams นักปรัชญาชาวอังกฤษ เขียนบทความที่คนในวงการนี้ยังต้องอ้างถึงจนวันนี้ ในบทความ เขาเขียนว่าเธออายุ 342 ปี และถามว่าทำไมคนที่ได้อยู่นานขนาดนั้นถึงไม่อยากอยู่ต่อ
คำตอบของเขาอยู่ที่ความอยากสองแบบ
แบบแรกเป็นความอยากที่มีเงื่อนไข ถ้ายังมีชีวิตอยู่ พรุ่งนี้ก็อยากกินข้าวอร่อย อยากนอนสบาย ความอยากแบบนี้ไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไมต้องอยู่ มันแค่บอกว่าถ้าอยู่ก็อยากได้อะไร
แบบที่สอง Williams เรียกว่า categorical desire คือความอยากที่ดึงให้เราอยากมีชีวิตต่อ อยากเห็นลูกโต อยากทำงานชิ้นนี้ให้เสร็จ อยากรู้ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร ความอยากแบบนี้คือเหตุผลที่จะตื่นพรุ่งนี้ ความต่างอยู่ที่ทิศทาง ความอยากแบบแรกเกิดขึ้นเพราะเรายังอยู่ ความอยากแบบที่สองทำให้เราอยากอยู่
๏
Williams บอกว่าในชีวิตที่ยาวมากพอ ความอยากแบบที่สองจะหมดลง เราจะทำทุกอย่างที่ตัวตนแบบเราอยากทำไปหมดแล้ว
แล้วเขาก็วางเงื่อนไขไว้สองข้อ ว่าความเป็นอมตะแบบไหนถึงจะน่าอยาก ข้อแรก คนที่อยู่ต่อไปต้องยังเป็นเราจริงๆ ข้อสอง ชีวิตแบบนั้นต้องเป็นชีวิตที่เราอยากได้ และต่อกับสิ่งที่เราใส่ใจอยู่ตอนนี้
ปัญหาคือสองข้อนี้ดึงกันคนละทาง ถ้าตัวตนของเราคงเดิมตลอดไป เราจะเบื่อ ถ้าตัวตนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนไม่เบื่อ คนที่ไม่เบื่อคนนั้นยังเป็นเราไหม และเราตอนนี้อยากให้มีเขาหรือเปล่า
๏
ก่อน Williams นานมาก มนุษย์เล่าเรื่องความเป็นอมตะที่ผิดพลาดไว้แล้วหลายเรื่อง และทุกเรื่องพลาดตรงจุดเดียวกัน
ในตำนานกรีก เทพีแห่งรุ่งอรุณหลงรักชายชื่อ Tithonus นางขอให้เขาไม่มีวันตาย แต่ลืมขอให้ไม่แก่ เพลงสวดโบราณบทหนึ่งเล่าว่าเขาแก่ลงเรื่อยๆ จนขยับแขนขาไม่ได้ นางจึงเก็บเขาไว้ในห้องที่ปิดประตูไว้ ที่นั่นเขาพูดพึมพำไม่หยุด
ปี 1726 Jonathan Swift ส่ง Gulliver ไปเจอชาว Struldbrugg คนที่เกิดมาไม่มีวันตาย Gulliver ดีใจแทนพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง จนได้รู้ว่าพวกเขาแก่ไม่หยุด เมื่ออายุ 80 กฎหมายของประเทศนั้นถือว่าพวกเขาตายแล้ว มรดกตกเป็นของลูกหลาน Swift เขียนว่าพวกเขามี "ความเขลาและความเจ็บป่วยทั้งหมดของคนแก่คนอื่น" แถมอีกมากที่เกิดจากภาพอันน่ากลัวว่าจะไม่มีวันได้ตาย
San Junipero แก้ปัญหานี้ได้ ไม่มีใครแก่ ไม่มีใครป่วย แต่ปัญหาของ Williams ไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย มันอยู่ที่ความอยาก และร่างกายที่ยังหนุ่มสาวตลอดกาลไม่ได้รับประกันว่าความอยากจะยังอยู่
๏
Quagmire คือที่ที่ปัญหานี้กลายเป็นภาพ
ในเรื่อง ไนต์คลับแห่งนี้เป็นที่รวมของคนที่อยู่ในเมืองมานาน Kelly บรรยายพวกเขาว่าลองทุกอย่าง ขอแค่ได้รู้สึกอะไรสักอย่าง ในเมืองที่ความเจ็บปรับได้ด้วยแถบเลื่อน จะปิด จะลด หรือจะดันให้สุดก็ได้ คำว่าลองทุกอย่างจึงรวมถึงการดันความเจ็บขึ้นจนสุด เพื่อให้รู้สึกอะไรสักอย่าง
ภาพนี้ไม่ได้มีแค่ในนิยาย
๏
ปี 2014 นักจิตวิทยา Timothy Wilson กับทีมให้คนนั่งอยู่ในห้องเปล่าตามลำพัง 6 ถึง 15 นาที ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีหนังสือ มีแค่ความคิดของตัวเอง กับปุ่มหนึ่งปุ่มที่ช็อตไฟฟ้าตัวเองได้
ก่อนเริ่ม ทุกคนเคยลองโดนช็อตมาแล้ว และบอกว่ายอมจ่ายเงินเพื่อจะไม่โดนอีก
ผลคือ ผู้ชาย 12 ใน 18 คน และผู้หญิง 6 ใน 24 คน กดช็อตตัวเองอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
และนี่คือคนกลุ่มเดียวกับที่เพิ่งบอกว่ายอมจ่ายเงินเพื่อจะไม่โดนช็อตอีก
ต้องบอกด้วยว่าเมื่อถามทีหลัง หลายคนในกลุ่มที่กดบอกว่ากดเพราะอยากรู้ ไม่ใช่เพราะเบื่อ
แต่ปี 2016 มีอีกทีมแบ่งคนเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกดูคลิปยาวแค่ 83 วินาทีวนซ้ำหนึ่งชั่วโมงจนเบื่อ กลุ่มที่สองดูหนังเศร้า กลุ่มที่สามดูหนังธรรมดา ระหว่างดู ทุกคนกดช็อตตัวเองได้ กลุ่มที่เบื่อกดบ่อยกว่ากลุ่มหนังธรรมดา ส่วนกลุ่มหนังเศร้าไม่ได้กดมากขึ้น
กลุ่มหนังเศร้ามีไว้แยกว่าเป็นเพราะความเบื่อจริง หรือแค่อารมณ์ไม่ดีแบบไหนก็ได้ ผลบอกว่าเป็นความเบื่อ
๏
นักจิตวิทยาที่ศึกษาความเบื่อมองว่ามันไม่ใช่สัญญาณว่าเวลาเหลือเยอะ มันคือสัญญาณว่าเรากำลังไม่ได้อยู่กับสิ่งที่เราให้ค่า Erin Westgate กับ Timothy Wilson เสนอในปี 2018 ว่าความเบื่อมาได้สองทาง งานยากเกินหรือง่ายเกินกว่าที่ใจจะจดจ่อได้ หรืองานไม่ต่อกับสิ่งที่เราใส่ใจ
อีกทีมเทียบความเบื่อกับอารมณ์ลบอื่น อย่างความเศร้า ความโกรธ และความหงุดหงิด แล้วดูว่าอารมณ์ไหนมาคู่กับความรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่มีความหมายมากที่สุด คำตอบคือความเบื่อ
ถ้าเอาการทดลองห้องเปล่ามาต่อกับข้อค้นพบนี้ ห้องเปล่าไม่เกิน 15 นาทีทำให้คนจำนวนหนึ่งเลือกความเจ็บ แล้วคนที่อยู่ในเมืองมาหลายร้อยปีโดยไม่มีอะไรให้ใส่ใจ จะเลื่อนแถบความเจ็บขึ้นสูงแค่ไหน
๏
Fischer ยังตอบได้ ว่าคนใน Quagmire แค่เลือกความสุขผิดประเภท ใช้ของเดิมถี่เกินไป
ทั้ง Fischer และ Williams อาจพูดถูกพร้อมกัน Fischer ถูกที่ว่าเวลายาวไม่ได้ทำให้เบื่อเสมอไป Williams ถูกที่ว่าถ้าสิ่งที่เราให้ค่าหมดลง ชีวิตก็หมดเหตุผลให้อยู่ต่อ ความเสี่ยงของชีวิตที่ไม่จบจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนปี มันอยู่ที่วันที่สิ่งที่เราให้ค่าหมดลง และวันนั้นมาถึงคนที่อายุสามสิบได้เหมือนกัน
ความเบื่อไม่ได้วัดว่าเวลามากไป มันวัดว่าสิ่งที่เราให้ค่าเหลือน้อยไป
๏
คนใน Quagmire ลองแก้ด้วยการเร่ง เต้นให้แรงขึ้น เจ็บให้มากขึ้น รู้สึกให้เร็วขึ้น เหมือนเชื่อว่าถ้าอัดประสบการณ์ให้แน่นพอ ความว่างจะหายไปเอง
ความเชื่อนี้มีสมการซ่อนอยู่ ประสบการณ์เท่ากับความเร็วคูณเวลา ความเร็วในที่นี้คือปริมาณที่ใจรับเข้ามาในแต่ละวินาที ยิ่งอัดแน่น ยิ่งได้มาก ยิ่งอยู่นาน ยิ่งได้มาก และคนที่เคยเอาสมการทำนองนี้ไปคิดต่ออย่างจริงจังที่สุด ไม่ใช่คนในไนต์คลับ เขาเป็นนักฟิสิกส์ระดับโลก
บทถัดไป · 7 / 16สมการ