‹

05 The Story Told Afterwards

5 · ​เรื่องเล่า​ที่มา​ทีหลัง

​ทาย​ก่อน ​เชือก​สอง​เส้น​ห้อย​ลงมา​จาก​เพดาน ​ห่าง​กัน​จน​คุณ​จับ​ปลาย​เส้น​หนึ่ง​แล้ว​เอื้อม​ไป​ไม่​ถึง​อีก​เส้น ​งาน​ของ​คุณ​คือ​ผูก​ปลาย​สอง​เส้น​เข้าด้วยกัน ​ใน​ห้อง​มี​คีม​อยู่​หนึ่ง​อัน ​ทำ​อย่างไร

​เมื่อ​ถูก​ถาม​ว่า​คิดได้​ไง ​คน​ที่​คิดได้​จะ​ตอบ​ด้วย​เรื่องเล่า ​เพราะ​สิ่ง​ที่เกิด​จริง​ไม่​เคย​ผ่านสายตา​เขา ​และ​เรื่องเล่า​นั้น​อาจ​ผิด​ได้​โดยที่​เขา​ไม่​ได้​โกหก​เลย​สัก​คำ

​เชือก​ที่​แกว่ง​เอง

​ปริศนา​ข้างบน​เป็น​ของ​นักจิตวิทยา​ชาว​อเมริกัน Norman Maier ​ตีพิมพ์​ใน​ปี 1931 ​คำตอบ​คือ​ผูก​คีม​ไว้​ที่​ปลายเชือก​เส้น​หนึ่ง ​แล้ว​ผลัก​ให้​มัน​แกว่ง​เป็น​ลูกตุ้ม ​จากนั้น​เดิน​ไป​จับ​เชือก​อีก​เส้น ​แล้ว​รอ​ให้​เส้น​แรก​แกว่ง​มาหา

​ส่วน​ที่​ทำให้​งาน​ชิ้น​นี้​ถูก​อ้าง​ถึง​มา​เกือบ​ร้อย​ปี​ไม่​ใช่​ตัว​ปริศนา ​มัน​คือ​สิ่ง​ที่ Maier ​ทำ​ระหว่าง​นั้น ​เมื่อ​ผู้​ร่วม​การทดลอง​ติด​อยู่​นาน​พอ Maier ​จะ​เดินผ่าน​เชือก​เส้น​หนึ่ง ​แล้ว​ปัด​มัน​เบา ๆ ​ให้​แกว่ง ​ทำ​เหมือน​ไม่​ได้​ตั้งใจ ​ทั้งที่​จงใจ​ทั้งหมด ​หลาย​คน​แก้​ได้​ภายใน​ไม่​นาน​หลังจากนั้น

​แล้ว Maier ​ก็​ถาม​คน​ที่​แก้​ได้​ว่า​คิดได้​ไง

​คำตอบ​ที่​ได้​เป็นเรื่อง​เล่า​ที่​ฟังขึ้น​ทุก​เรื่อง ​บางคน​บอก​ว่า​นึกถึง​ลิง​ห้อยโหน​ข้าม​แม่น้ำ ​บางคน​บอก​ว่า​มัน​แวบ​ขึ้น​มา​เอง ​แม้​จะ​ถาม​ซ้ำ ​คน​ที่​เอ่ยถึง​เชือก​ที่ Maier ​ปัด​ก็​มี​ไม่​ถึง​หนึ่ง​ใน​สาม

​ใน​ปี 1977 Richard Nisbett ​กับ Timothy Wilson ​รวบรวม​การทดลอง​แบบนี้​ไว้​หลาย​ชิ้น ​ใน​บทความ​ที่​ชื่อ​แปล​ได้​ว่า ​บอก​มากกว่า​ที่​เรา​รู้​ได้ ​ข้อสรุป​ของ​พวกเขา​คือ ​เวลา​คน​อธิบาย​ว่า​อะไร​ทำให้​ตัวเอง​คิด​หรือ​ทำ​อย่างหนึ่ง ​เขา​ไม่​ได้​เปิด​ดู​บันทึก​ใน​หัว ​เขา​หยิบ​คำอธิบาย​ที่​ฟัง​สมเหตุสมผล​มา​ใช้ ​แบบ​เดียว​กับ​ที่​คนนอก​จะ​เดา ​และ​บ่อยครั้ง​ที่​ตัวการ​จริง​ไม่​อยู่​ใน​คำอธิบาย​นั้น​เลย

​แบบ ค.ด.ง. 01

1. ​ชื่อ​ความคิด: ​ผูก​คีม​ทำ​ลูกตุ้ม 2. ​ผู้​คิด: ​ผู้​ร่วม​การทดลอง​หมายเลข 14 3. ​วัน​เวลา​ที่​คิดได้: ​ไม่​กี่​วินาที​หลังจาก​ผู้คุม​การทดลอง​เดินผ่าน 4. ​ขั้นตอน​การคิด: ​นึกถึง​ลิง​ข้าม​แม่น้ำ 5. ​พยาน: N. Maier ​ผู้​ซึ่ง​เป็น​คน​ปัด​เชือก​เอง 6. ​ผล​การพิจารณา: ​ไม่​ผ่าน: ​พยาน​กับ​ผู้​คิด​ให้การ​ไม่​ตรงกัน

​แบบฟอร์ม​นี้​แต่ง​ขึ้น​จาก​ภาพรวม​ของ​การทดลอง ​ไม่​ใช่​สำเนา​ของ​คนจริง​คนใด

​อ่าง​อาบน้ำ​ที่​ไม่​มี​ใคร​เห็น

​เรื่อง​คิดได้​ไง​ที่​ดังที่​สุด​ใน​โลก​ตะวันตก​เกิด​ใน​ห้องอาบน้ำ

​กษัตริย์​แห่ง​เมือง Syracuse ​บน​เกาะ​ซิ​ซิ​ลี​สั่งทำ​มงกุฎ​ทองคำ ​แล้ว​สงสัย​ว่า​ช่าง​แอบ​ผสม​เงิน​ลง​ไป Archimedes ​ได้รับ​คำสั่ง​ให้​ตรวจ​โดย​ห้าม​ทำลาย​มงกุฎ ​วันหนึ่ง​เขา​ลง​อ่าง​อาบน้ำ ​เห็น​น้ำ​ล้น​ออกมา​ตาม​ปริมาตร​ตัว​ที่​จม​ลง​ไป ​แล้ว​กระโดด​ออกจาก​อ่าง ​วิ่ง​เปลือยกาย​กลับบ้าน​พลาง​ร้อง​ว่า ​ยู​เรก้า ​ซึ่ง​แปล​ว่า​ฉัน​เจอ​แล้ว

​คน​แรก​ที่​จด​เรื่อง​นี้​ไว้​คือ​สถาปนิก​ชาว​โรมัน​ชื่อ Vitruvius ​ใน​หนังสือ De Architectura ​เล่ม​ที่ 9 ​เขา​เขียน​ราว​สอง​ร้อย​ปี​หลังจาก Archimedes ​เสียชีวิต ​ไม่​ได้​บอก​ว่า​ได้เรื่อง​นี้​มาจาก​ไหน

​ใน​ปี 1586 Galileo Galilei ​วัย​ยี่สิบ​สอง​ปี​เขียน​ความเรียง​สั้น ๆ ​ชื่อ La Bilancetta ​แปล​ว่า​ตาชั่ง​เล็ก ​เขา​ชี้​ว่า​วิธีวัด​น้ำ​ล้น​แบบ​ใน​เรื่องเล่า​หยาบ​เกิน​กว่า​จะ​จับ​เงิน​ที่​ผสม​อยู่​ใน​มงกุฎ​ขนาด​นั้น​ได้ ​ส่วน​ต่าง​ของ​น้ำ​ที่​ล้น​จะ​เล็ก​กว่า​ความคลาดเคลื่อน​ของ​การวัด ​แล้ว​เขา​เสนอ​วิธี​ที่ Archimedes ​น่าจะ​ใช้​มากกว่า ​คือ​ชั่ง​มงกุฎ​กับ​ทองคำบริสุทธิ์​ใน​น้ำ​ด้วย​ตาชั่ง ​ซึ่ง​เป็น​วิธี​ที่​ตรง​กับ​หลัก​ที่ Archimedes ​เขียน​ไว้​เอง​ใน​งาน​เรื่อง​วัตถุ​ลอยน้ำ

Archimedes ​อาจ​ลง​อ่าง​จริง​ก็ได้ ​อาจ​ร้อง​อะไร​สัก​อย่าง​จริง​ก็ได้ ​แต่​สิ่งที่เหลือ​มาถึง​เรา ​คือ​เรื่อง​ที่​คนอื่น​เล่า​แทน​เขา ​สอง​ร้อย​ปี​ให้หลัง

​งู​ที่​กินหาง​ตัวเอง

​ใน​ปี 1890 ​สมาคม​เคมี​เยอรมัน​จัดงาน​ฉลอง​ให้ August Kekulé ​ครบ​ยี่สิบ​ห้า​ปี​ของ​บทความ​ปี 1865 ​ที่​เสนอ​ว่า​โมเลกุล​ของ benzene ​มี​โครงสร้าง​เป็น​วง ​ใน​สุนทรพจน์​วันนั้น Kekulé ​เล่า​ว่า​คำตอบ​มาหา​เขา​ขณะที่​เขา​เคลิ้ม​หลับ​หน้าเตา​ผิง ​เขา​เห็น​อะตอม​เต้น​เป็น​สาย ​แล้ว​สาย​หนึ่ง​ก็​ม้วน​เป็น​งู​ที่​งับ​หาง​ตัวเอง

​เรื่อง​นี้​กลายเป็น​ตัวอย่าง​ประจำ​ของ​ความคิด​ที่มา​ใน​ความฝัน ​แต่​มัน​ถูก​เล่า​ครั้งแรก​ยี่สิบ​ห้า​ปี​หลัง​บทความ ​และ​ราว​สามสิบ​ปี​หลัง​คืน​ที่​บอก​ว่า​ฝัน ​ใน​ปี 1984 ​นักเคมี​สอง​กลุ่ม​เถียง​กัน​ใน​วารสาร​ว่า​เรื่อง​นี้​แต่งเติม​ขึ้น​หรือไม่ ​กลุ่ม​หนึ่ง​เห็น​ว่าแต่ง​เติม ​อีก​กลุ่ม​หนึ่ง​แย้ง ​และ​ยัง​ไม่​มี​ข้อยุติ ​เล่ม​นี้​จึง​พิมพ์​มัน​เป็น​คำ​เล่า​ของ​คน​คนเดียว​ที่​มี​คน​แย้ง ​ไม่​ใช่​บันทึก

​ทั้ง​อ่าง​ของ Archimedes ​และ​งู​ของ Kekulé ​มี​ลักษณะ​ร่วมกัน​กับ​คำตอบ​ของ​คน​ที่​แก้​ปริศนา​เชือก​ได้ ​เรื่องเล่า​มี​ภาพ​ชัด ​มี​จังหวะ ​มี​ช่วงเวลา​ที่​จำได้ ​และ​เติม​ช่อง​ที่ 4 ​ได้​เต็ม​พอดี ​ส่วน​สิ่ง​ที่​อาจ​เป็นตัว​การจริง ​ไม่​ว่า​จะ​เป็นการ​ทำงาน​กับ​ปัญหา​นาน​หลาย​ปี ​บทสนทนา​ที่​ลืม​ไป​แล้ว ​หรือ​มือ​ที่​ปัด​เชือก ​ไม่​มี​ภาพ​ให้​เล่า ​มัน​จึง​หาย​ไป​จาก​เรื่อง

​สิ่ง​ที่​เครื่องวัด​เห็น

​ถ้า​คำ​เล่า​เชื่อ​ไม่​ได้ ​ห้อง​แล็บ​มีทาง​อื่น​ไหม

​ใน​ปี 2004 Mark Jung-Beeman ​กับ John Kounios ​และ​คณะ ​ให้​คน​แก้​ปริศนา​สาม​คำ​แบบ​เดียว​กับ​ที่​คุณ​แก้​ไป​แล้ว ​ขณะ​อยู่​ใน​เครื่อง​สแกน​สมอง​และ​ขณะ​สวม​หมวก​วัด​คลื่น​ไฟฟ้า ​หลัง​แก้​ได้​แต่ละ​ข้อ ​ผู้​ร่วม​การทดลอง​กด​บอก​ว่า​คำตอบ​มา​แบบ​ปิ๊ง ​หรือ​มา​แบบ​ไล่​ทีละขั้น

​คำตอบ​แบบ​ปิ๊ง​มา​พร้อมกับ​การทำงาน​ที่มาก​ขึ้น​ใน​บริเวณ​หนึ่ง​ของ​สมอง​ซีก​ขวา ​ตรง​ส่วนหน้า​ของ​ร่อง​ขมับ​ด้านบน ​และ​เครื่องวัด​คลื่น​ไฟฟ้า​จับ​คลื่นความถี่​สูง​ช่วง​สั้น ๆ ​ที่​บริเวณ​เดียวกัน​ได้ ​เริ่ม​ก่อน​คน​กดปุ่ม​บอก​คำตอบ​ราว​สาม​ใน​สิบ​วินาที

​ตัวเลข​นี้​ตอบคำถาม​ของ​เล่ม​ได้​อีก​ชิ้น​หนึ่ง ​สมอง​มี​เหตุการณ์​ที่วัด​ได้​ซึ่ง​เกิด​ก่อนที่​คน​จะ​กดปุ่ม​บอก​ว่า​รู้ ​คำตอบ​ประกอบ​เสร็จ​ใน​ที่​ที่​เขา​ไม่​เห็น ​แล้ว​ส่ง​ขึ้น​มา​ทั้ง​ชิ้น

​ตรงนี้​ต้อง​แยก​ให้​ชัด​จาก​ความเชื่อ​หนึ่ง​ที่​ตาย​ไป​แล้ว ​การที่​บริเวณ​หนึ่ง​ใน​สมอง​ซีก​ขวา​ทำงาน​มากขึ้น​ตอน​ปิ๊ง ​ไม่​ได้​แปล​ว่า​มี​คน "​ใช้​สมอง​ซีก​ขวา" ​ใน​ปี 2013 Jared Nielsen ​กับ​คณะ​ที่​มหาวิทยาลัย​ยูทาห์ ​วิเคราะห์​ข้อมูล​สมอง​ของ​คน 1,011 ​คน ​หาว่า​มี​ใคร​ที่​ใช้​สมอง​ข้าง​หนึ่ง​มากกว่า​อีก​ข้าง​ทั้ง​สมอง​หรือไม่ ​แล้ว​ไม่​พบ ​งาน​แต่ละ​ชนิด​มี​บริเวณ​ที่​ข้าง​หนึ่ง​ทำงาน​มากกว่า​จริง ​แต่​คน​ไม่​ได้​แบ่ง​เป็น​พวก​ซีก​ซ้าย​กับ​พวก​ซีก​ขวา

​พี่​เครียด: ​สรุป​ว่า​สมอง​รู้​ก่อน​มือ​กดปุ่ม​สาม​ใน​สิบ​วินาที

​ป้า​ทะเบียน: ​ถ้าอย่างนั้น ​ช่อง​ที่ 3 ​วัน​เวลา​ที่​คิดได้ ​ต้อง​ลบ​สาม​ใน​สิบ​วินาที​ออกจาก​ที่​ทุกคน​กรอก​มา

​พี่​เครียด: ​ป้า​จะ​แก้​ย้อนหลัง​ทุก​ฉบับ​เหรอ​ครับ

​ป้า​ทะเบียน: ​สามสิบ​เอ็ด​ปี ​ฉบับ​ละ​สาม​ใน​สิบ​วินาที ​รวม​แล้วก็​ไม่​กี่​ชั่วโมง

​ช่อง​ที่ 4 ​ของ​คนดัง

​เรื่องเล่า​ที่มา​ทีหลัง​ไม่​ใช่​การโกหก ​และ​ไม่​ใช่​สิ่งไร้ค่า Poincaré ​บอก​ว่าความ​คิด​มา​ตอน​ก้าว​ขึ้นรถ ​และ​เขา​ตรวจ​คณิตศาสตร์​ทีหลัง​จน​มัน​ถูก ​การที่​ความคิด​มา​ตอน​ไหน​อาจ​จำได้​แม่น​จริง ​สิ่ง​ที่​เรื่องเล่า​ทำ​ไม่​ได้​คือ​บอก​ว่าความ​คิด​มา ​อย่างไร ​เพราะ​ส่วน​นั้น​ไม่​เคย​มี​คน​เห็น ​ไม่​ว่า​จะ​เป็นเจ้าของ​ความคิด​หรือ​ใคร

​นี่​คือ​เหตุผล​ที่​เล่ม​นี้​ไม่​ใช้​คำตอบ​ของ​คนดัง​เป็นหลัก​ฐาน​ว่าความ​คิด​เกิด​อย่างไร ​เล่ม​นี้​ใช้​มัน​เป็นหลัก​ฐาน​ว่าความ​คิด​เกิด ​ตอน​ไหน ​และ ​หลังจาก​อะไร ​แล้วไป​หา​ส่วนที่เหลือ​จาก​ห้อง​แล็บ ​ซึ่ง​วัด​ได้​ทั้งคน​ที่​เล่า​เก่ง​และ​คน​ที่​เล่า​ไม่​เป็น

​ถ้า​คุณ​แก้​ปริศนา​เชือก​ได้​ก่อน​อ่าน​คำตอบ ​ลอง​ถาม​ตัวเอง​ดู​ว่า​คุณ​คิดได้​ไง ​แล้ว​สังเกตว่า​คำตอบ​แรก​ที่​โผล่​มา​เป็นเรื่อง​เล่า​หรือ​เป็น​บันทึก

​ถ้า​คำตอบ​แรก​คือ ​นึกถึง​ชิงช้า ​ลอง​ถาม​ต่อว่า​รู้​ได้​อย่างไร​ว่า​ชิงช้า​มา​ก่อน​คำตอบ ​ไม่​ใช่​มา​ทีหลัง​เพื่อ​อธิบาย​มัน

บทถัดไป · 7 / 1406 The More You Know
Size
Page
Font

How Did You Think of That? — The Question the Thinker Cannot Answer

❦
100 Front201 The Form Nobody Can Fill302 New To Whom403 Two Things That Never Met504 While You Werent Looking605 The Story Told Afterwards706 The More You Know807 The Mood Of The Room908 A Thousand Tries1009 The Crowd That Thought Of It1110 Why It Went Quiet1211 The Stranger In Your Past1312 What Survives1413 Sources