7 · อารมณ์ของห้อง
ทายก่อน คนสองกลุ่มได้โจทย์เทียนบนผนังข้อเดียวกัน กลุ่มหนึ่งเพิ่งดูหนังตลกห้านาที อีกกลุ่มเพิ่งดูหนังสั้นที่ไม่มีอารมณ์อะไรเลย กลุ่มไหนแก้ได้มากกว่า และมากกว่ากี่เท่า
อารมณ์ของห้องเปลี่ยนสิ่งที่หัวคุณยอมปล่อยออกมา ความคิดชุดเดียวกัน ในหัวเดียวกัน ออกมาไม่เท่ากันในห้องที่หัวเราะกับห้องที่มีคนถือปากกาแดง และคำว่าคิดได้ไงก็ดังไม่เท่ากันด้วย เพราะมันต้องมีคนที่อารมณ์พร้อมจะได้ยิน
หนังตลกห้านาที
ในปี 1987 Alice Isen กับ Kimberly Daubman และ Gary Nowicki ทำการทดลองที่คล้ายกับโจทย์ข้างบนมาก ในการทดลองชุดหนึ่ง คนที่ได้ดูหนังตลกสั้น ๆ แก้ปริศนาเทียนได้ 11 จาก 19 คน คนที่ได้ดูหนังที่ไม่มีอารมณ์อะไร แก้ได้ 2 จาก 19 คน ในชุดเดียวกัน การให้ขนมแท่งหนึ่งแท่งไม่ได้ช่วย
ตัวเลขชุดนี้มาจากกลุ่มเล็ก และเป็นผลของงานชิ้นเดียว แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของงานอีกเป็นร้อยชิ้นที่ตามมา และในปี 2008 Matthijs Baas, Carsten De Dreu และ Bernard Nijstad รวมผลเหล่านั้น 102 ค่าเข้าด้วยกัน ภาพที่ได้เล็กกว่าหนังตลกของ Isen มาก อารมณ์ดีช่วยให้คิดสร้างสรรค์ได้มากกว่าอารมณ์เฉย ๆ จริง แต่ขนาดเล็ก ค่าสหสัมพันธ์ราว 0.15 อารมณ์ไม่ดีเทียบกับอารมณ์เฉย ๆ ไม่ต่างกันแทบเลย
รายละเอียดที่น่าสนใจกว่าตัวเลขรวมคือชนิดของอารมณ์ อารมณ์ดีที่ตื่นตัว อย่างความสนุกหรือความดีใจ ช่วยมากกว่าอารมณ์ดีที่ผ่อนคลาย อย่างความสงบหรือความง่วงสบาย ห้องที่ช่วยคือห้องที่ทั้งสนุกทั้งตื่น ไม่ใช่ห้องที่ทุกคนนอนเอนหลังอยู่
ในปี 1976 Avner Ziv ที่อิสราเอล ให้นักเรียนมัธยมปลาย 282 คนฟังแผ่นเสียงตลกก่อนทำแบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มที่ได้ฟังทำคะแนนได้สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ฟัง
ผอ.เป้า: ตั้งแต่พรุ่งนี้ ประชุมทุกครั้งเปิดด้วยคลิปตลกห้านาที
ป้าทะเบียน: ค่ะ จะออกแบบฟอร์มประเมินความตลกของคลิป ห้าระดับ
พี่เครียด: แล้วถ้าคลิปไม่ตลกล่ะครับ
ป้าทะเบียน: ก็ต้องกรอกเหตุผลว่าทำไมไม่ตลก ในช่องที่ 4
(ห้องเงียบ)
ปากกาแดง
ด้านกลับของห้องที่หัวเราะคือห้องที่มีคนให้คะแนน
ในปี 1979 Teresa Amabile ให้คนทำงานศิลปะแบบปะติด กลุ่มหนึ่งถูกบอกว่างานจะถูกผู้เชี่ยวชาญประเมิน อีกกลุ่มไม่ได้ถูกบอกอะไร ผู้ตัดสินที่ไม่รู้ว่างานไหนมาจากกลุ่มไหนให้คะแนนความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มที่รู้ว่าจะถูกประเมินได้คะแนนต่ำกว่า
งานต่อจากนั้นพบว่าผลขึ้นกับชนิดของการประเมินด้วย การประเมินบางแบบไม่ได้ทำให้แย่ลง เล่มนี้ไม่ได้ตรวจรายละเอียดส่วนนั้น ส่วนที่พิมพ์ได้คือทิศทางของงานชิ้นแรก ความรู้ว่ากำลังถูกจับตาเปลี่ยนสิ่งที่คนยอมทำบนกระดาษ
ทั้งสองข้างนี้รวมกันได้ภาพเดียว ซึ่งเป็นการต่อภาพของเล่มนี้เอง ไม่ใช่ผลการวัดโดยตรง ความคิดใหม่มักออกมาครั้งแรกในรูปที่ยังไม่แน่ใจ ยังไม่ขัดเกลา และอาจผิด ในห้องที่หัวเราะ ความคิดแบบนั้นมีราคาต่ำ พูดออกมาผิดก็แค่โดนหัวเราะ และเสียงหัวเราะในห้องนั้นเป็นรางวัลอยู่แล้ว ในห้องที่มีปากกาแดง ความคิดแบบเดียวกันมีราคาสูง หัวจึงกรองมันทิ้งก่อนถึงปาก
กลุ่มที่คิดได้น้อยกว่า
ถ้าห้องที่มีเพื่อนช่วย ทำไมไม่จับทุกคนมานั่งระดมสมองด้วยกัน
คำถามนี้มีคนตอบไว้แล้ว และคำตอบไม่ใช่สิ่งที่ห้องประชุมทั่วโลกอยากได้ยิน ในปี 1987 Michael Diehl กับ Wolfgang Stroebe ที่เยอรมนี เทียบกลุ่มที่นั่งระดมสมองด้วยกันจริง กับกลุ่มขนาดเท่ากันที่ต่างคนต่างคิดอยู่คนละห้องแล้วเอาไอเดียมารวมกันทีหลัง กลุ่มที่ต่างคนต่างคิดได้ไอเดียมากกว่า และพวกเขาพบว่าเหตุหลักคือการรอคิว ระหว่างที่คนหนึ่งพูด คนอื่นต้องเก็บความคิดไว้ ความคิดบางส่วนหายไประหว่างรอ บางส่วนถูกกรองทิ้งเพราะไม่เข้ากับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
ในปี 1991 Brian Mullen, Craig Johnson และ Eduardo Salas รวมการเปรียบเทียบจากงานก่อนหน้าหลายสิบคู่ กลุ่มที่ระดมสมองด้วยกันได้ไอเดียน้อยกว่ากลุ่มที่ต่างคนต่างคิด ทั้งจำนวนและคุณภาพ
ผลนี้ดูเหมือนขัดกับห้องที่หัวเราะ แต่มันวัดคนละอย่าง การระดมสมองวัดจำนวนไอเดียที่ผลิตได้ในเวลาที่กำหนด วงเพื่อนที่มีคนร้องว่าคิดได้ไงไม่ได้ผลิตไอเดียเป็นกอง มันทำสองอย่างที่การระดมสมองไม่ได้ทำ อย่างแรกคือทำให้ความคิดที่ยังไม่แน่ใจกล้าออกมา อย่างที่สองคือเป็นคนฟัง ที่บอกทันทีว่าความคิดไหนเดินทางไปไกลจากที่เขาคาด
ตัวเลขที่ถูกถอน
มีตัวเลขหนึ่งที่ต้องพูดถึงในบทนี้ เพราะมันเคยเป็นแกนของหนังสือขายดีชื่อ Positivity ปี 2009 ของผู้เขียนคนหนึ่งเอง
ในปี 2005 Barbara Fredrickson กับ Marcial Losada ตีพิมพ์บทความที่เสนอว่า คนและทีมจะ "เบ่งบาน" เมื่ออัตราส่วนอารมณ์บวกต่ออารมณ์ลบสูงกว่า 2.9013 ตัวเลขทศนิยมสี่ตำแหน่งนี้มาจากสมการทางคณิตศาสตร์ที่ยืมมาจากพลศาสตร์ของไหล
ในปี 2013 Nicholas Brown นักศึกษาปริญญาโทนอกเวลา ร่วมกับนักฟิสิกส์ Alan Sokal และนักจิตวิทยา Harris Friedman ตีพิมพ์บทวิจารณ์ที่ชี้ว่าคณิตศาสตร์ในบทความนั้นใช้ไม่ได้ทั้งชุด หลังจากนั้น Fredrickson ถอนส่วนที่เป็นแบบจำลองและตัวเลขอัตราส่วนออกอย่างเป็นทางการ บทความทั้งฉบับไม่ได้ถูกถอน แต่ตัวเลข 2.9013 ไม่มีอะไรรองรับอีกต่อไป
แบบ ค.ด.ง. 01
1. ชื่อความคิด: คนเบ่งบานที่อัตราส่วน 2.9013 2. ผู้คิด: B. Fredrickson และ M. Losada 3. วันเวลาที่คิดได้: 2005 4. ขั้นตอนการคิด: สมการพลศาสตร์ของไหล 5. พยาน: N. Brown, A. Sokal, H. Friedman 6. ผลการพิจารณา: เพิกถอนเฉพาะช่องที่ 4 (ตรายางนี้ใช้ครั้งแรกในรอบสามสิบเอ็ดปี ต้องไปหาในลิ้นชักล่างสุด)
เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าอารมณ์ไม่มีผลต่อความคิด ผลรวมของ Baas ยังยืนอยู่ มันแปลว่าผลนั้นเล็ก วัดเป็นทิศทางได้ แต่วัดเป็นสูตรวิเศษไม่ได้
ขวดที่ยังไม่มีใครทดลองซ้ำ
อีกความเชื่อหนึ่งคือดื่มนิดหน่อยแล้วคิดออก การ์ตูน xkcd ตอนหนึ่งในปี 2008 ตั้งชื่อเล่นให้มันว่า Ballmer Peak ในปี 2012 Andrew Jarosz กับคณะให้ผู้ชาย 40 คนแก้ปริศนาสามคำ ครึ่งหนึ่งดื่มจนระดับแอลกอฮอล์ในเลือดราว 0.075 กรัมเปอร์เซ็นต์ อีกครึ่งไม่ได้ดื่ม กลุ่มที่ดื่มแก้ได้มากกว่าและเร็วกว่า
งานนี้เล็ก กลุ่มละยี่สิบคน เป็นผู้ชายล้วน และเล่มนี้ไม่พบการทดลองซ้ำที่ยืนยันผล ระดับแอลกอฮอล์ที่ใช้ยังสูงกว่าเกณฑ์ห้ามขับรถของไทย ซึ่งอยู่ที่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สิ่งที่พิมพ์ได้คือการคลายการควบคุมตัวเองลงเล็กน้อยอาจช่วยกับโจทย์ชนิดที่ต้องกระโดดไปหาคำตอบ ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องห้องที่หัวเราะ สิ่งที่พิมพ์ไม่ได้คือสูตรว่าควรดื่มเท่าไร
ห้องที่ไม่มีแล้ว
กลับไปที่คำถามต้นบท คำตอบคือกลุ่มที่ดูหนังตลกแก้ได้มากกว่าราวห้าเท่าในการทดลองชุดนั้น และผลรวมจากงานทั้งหมดบอกว่าตัวเลขห้าเท่านั้นใหญ่เกินจริงไปมาก
แต่ทิศทางยังอยู่ และมันพาไปสู่คำถามที่ไม่สบายใจข้อหนึ่ง ถ้าความคิดที่ทำให้คนร้องว่าคิดได้ไงต้องการห้องที่สนุก ตื่นตัว ไม่มีปากกาแดง และมีคนฟังที่พร้อมจะได้ยิน ห้องแบบนั้นในชีวิตของคนคนหนึ่งเกิดบ่อยแค่ไหน และหายไปตอนไหน
ป้าทะเบียนเก็บตรายาง เพิกถอน กลับลงลิ้นชักล่าง แล้วหยุดมือ ในลิ้นชักเดียวกันมีแฟ้มคำร้องห้าปีหลังสุดของกรม หนาลดลงทุกปี
บทถัดไป · 9 / 1408 A Thousand Tries