3 · ดูมือนี้
ทายก่อน ก่อนม่านเปิด เล่มนี้วางป้ายเล็ก ๆ ไว้หนึ่งป้าย สามบรรทัด ไม่ต้องพลิกกลับไปดู ลองเล่าจากความจำว่ามันเขียนว่าอะไร
ตาของคุณเห็นทั้งหน้ากระดาษ แต่ความสนใจของคุณยืนได้ทีละจุด และคนที่รู้ว่าจุดไหนว่าง เดินผ่านตรงนั้นได้ทั้งขบวน ป้ายนั้นเขียนว่า นกพิราบ บินออกจาก จากหมวกใบเก่า คำว่า จาก อยู่ในนั้นสองครั้ง ครั้งหนึ่งท้ายบรรทัดที่สอง อีกครั้งต้นบรรทัดที่สาม ถ้าคุณอ่านผ่านไปโดยไม่สะดุด ตาคุณเห็นมันครบทั้งสองตัว ภาพของมันตกบนจอประสาทตาแล้วจริง ๆ แต่สิ่งที่ขึ้นมาถึงการรับรู้ คือประโยคที่หัวคุณคาดว่าจะเจอ
พลิกกลับไปดูตอนนี้ได้แล้ว
ห้าสิบสี่กับสี่สิบหก
ในปี 1999 Daniel Simons กับ Christopher Chabris ให้คนดูคลิปสั้น ๆ ของนักศึกษาสองทีมส่งลูกบาสกัน ทีมหนึ่งเสื้อขาว ทีมหนึ่งเสื้อดำ งานของผู้ดูคือนับว่าทีมเสื้อขาวส่งลูกกันกี่ครั้ง กลางคลิป มีคนใส่ชุดกอริลลาเดินผ่านกลางวง หยุด หันมาทางกล้อง ทุบอก แล้วเดินออกไป ในอีกฉบับหนึ่งเป็นผู้หญิงกางร่มเดินผ่านแทน
จากผู้ดู 192 คน 54 คนในทุก 100 เห็นกอริลลาหรือผู้หญิงกางร่ม อีก 46 คนไม่เห็นอะไรผิดปกติเลย กอริลลาถูกมองข้ามบ่อยกว่าผู้หญิงกางร่ม สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่สายตาไม่ดี มันคือสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า inattentional blindness ตาเห็น แต่ความสนใจที่ถูกจองไว้กับการนับไม่มีที่เหลือให้กอริลลา
ถ้าคิดว่านี่เป็นเรื่องของมือสมัครเล่น ในปี 2013 Trafton Drew กับคณะเอาภาพกอริลลาขนาดราว 48 เท่าของก้อนเนื้อในปอดทั่วไป ไปแปะไว้ในภาพสแกนปอด แล้วให้รังสีแพทย์ 24 คนหาก้อนเนื้อตามปกติ 20 คนไม่รายงานกอริลลา และเครื่องจับการเคลื่อนไหวของตาบอกว่า คนที่ไม่เห็นส่วนใหญ่มองตรงไปที่ตำแหน่งของมันแล้ว ความเชี่ยวชาญไม่ได้ทำให้ไฟฉายกว้างขึ้น มันแค่ทำให้รู้ว่าจะส่องที่ไหน ซึ่งก็แปลว่ารู้ด้วยว่าจะไม่ส่องที่ไหน
ลูกบอลที่หายกลางอากาศ
นักมายากลรู้เรื่องนี้มานานกว่านั้นมาก และมีนักวิจัยคนหนึ่งที่เป็นทั้งนักมายากลและนักจิตวิทยา ชื่อ Gustav Kuhn ในปี 2006 เขากับ Michael Land ถ่ายคลิปกลง่าย ๆ กลหนึ่ง นักมายากลโยนลูกบอลขึ้นแล้วรับสองครั้ง ครั้งที่สามเขาแค่ทำท่าโยน ลูกบอลไม่ได้ออกจากมือเลย แต่ตาของเขามองตามเส้นทางที่ลูกบอลควรจะลอยขึ้นไป
ผู้ดู 68 คนในทุก 100 บอกว่าเห็นลูกบอลลอยขึ้นแล้วหายไปกลางอากาศ ที่น่าสนใจกว่าคือตาของผู้ดูเหล่านั้นไม่ได้ถูกหลอก เครื่องจับตาบอกว่าตาของพวกเขาไม่ได้วิ่งขึ้นไปตามเส้นทางนั้น สิ่งที่วิ่งขึ้นไปคือความคาดหวัง ลูกบอลสองลูกแรกปูทางไว้ สายตาของนักมายากลชี้ทาง และหัวของคนดูวาดลูกที่สามขึ้นมาเองบนท้องฟ้าที่ว่างเปล่า
ปีก่อนหน้านั้น Kuhn กับ Benjamin Tatler ให้นักมายากลทำบุหรี่หล่นลงบนตักตัวเอง ต่อหน้าต่อตา ในภาพที่ไม่มีอะไรบัง ผู้ดู 20 คน ดูรอบแรกจับได้ 2 คน รอบที่สองที่รู้แล้วว่าต้องดูอะไร จับได้ทั้ง 20 คน และคนที่จับได้หรือไม่ได้ ไม่ได้ขึ้นกับว่าตาของเขาอยู่ใกล้จุดที่บุหรี่หล่นแค่ไหน กลนั้นไม่ได้หลอกตา มันหลอกความสนใจ
ลุงชัวร์: ลุงจ้องมือขวาปู่ตลอด ไม่กะพริบเลย
ปู่กล: ขอบคุณครับ
ลุงชัวร์: ขอบคุณทำไม
ปู่กล: ของอยู่มือซ้ายครับ
ไฟฉายที่มีคนอื่นถือ
นักล้วงกระเป๋าบนเวทีชื่อ Apollo Robbins พูดในเวที TED ปี 2013 ว่าความสนใจทำงานเหมือนไฟฉาย ส่องได้ทีละที่ และเขาหากินกับการรู้ว่ามันส่องอยู่ตรงไหน Robbins เล่าด้วยว่าในปี 2001 เขาเคยหยิบกำหนดการ ป้ายประจำตัว และกุญแจรถขบวนของหน่วยอารักขาอดีตประธานาธิบดี Jimmy Carter ไปได้ เรื่องนี้เป็นคำเล่าของเขาเอง เล่มนี้ไม่พบแหล่งอื่นยืนยัน
สิ่งที่เขาทำบนเวทีมีคนดูเป็นพยานได้ทุกคืน เขาจับไหล่คุณข้างหนึ่ง ถามคำถามที่ต้องคิด ชี้ให้ดูอะไรสักอย่าง และระหว่างที่ความสนใจของคุณวิ่งตามสามอย่างนั้น นาฬิกาก็หายไปจากข้อมือ เขาไม่ได้เร็วกว่าตาคุณ เขาแค่ไม่เคยไปยืนในที่ที่ไฟฉายของคุณส่องอยู่
Teller เขียนหลักข้อที่สี่ของเขาไว้สั้น ๆ ว่า "Keep the trickery outside the frame." เก็บการหลอกไว้นอกกรอบ กรอบในที่นี้ไม่ใช่กรอบรูป มันคือขอบของสิ่งที่คุณคิดว่ากำลังดูอยู่ ทุกอย่างในกรอบถูกตรวจละเอียด ทุกอย่างนอกกรอบแทบไม่มีอยู่จริงสำหรับคุณ และคนที่วาดกรอบให้คุณ ก็คือคนเดียวกับคนที่กำลังเล่นกล
ทำไมไฟฉายถึงแคบ
ฟังดูเหมือนเป็นข้อบกพร่อง แต่ลองคิดกลับด้าน ถ้าสมองเอาทุกอย่างที่ตาเห็นขึ้นมาให้รับรู้พร้อมกัน คุณจะนับลูกบาสไม่ได้ อ่านหนังสือไม่ได้ ข้ามถนนไม่ได้ ไฟฉายที่แคบคือสิ่งที่ทำให้คุณทำอะไรได้สักอย่างจนจบ ราคาของมันคือทุกสิ่งที่อยู่นอกวงไฟ
นักมายากลไม่ได้สร้างจุดอ่อนนี้ขึ้นมา เขาแค่ยืนอยู่ตรงขอบวงไฟของคุณ แล้วรอ และวิธีที่ได้ผลที่สุดในการพาไฟฉายของใครสักคนไปที่อื่น ไม่ใช่การสั่งให้เขาหันไป มันคือการให้เขามีอะไรสักอย่างให้นับ สิ่งที่เคลื่อนไหว สิ่งที่ใหม่ คำถามที่ต้องตอบ ใบหน้าที่มองตาเขาอยู่ ทั้งหมดนี้ดึงไฟฉายได้แรงกว่าคำสั่งทุกคำ
บทถัดไป · 5 / 1604 Your Card Is Goneปู่กล: ท่านผู้ชมครับ ดูมือนี้นะครับ มือนี้
(ทุกคนดูมือนั้น)
พี่แจ๋ว: (เข็นกล่องใบใหญ่ขนาดตู้เย็นผ่านหลังเวทีจากซ้ายไปขวา)
ปู่กล: เห็นไหมครับ ไม่มีอะไร
น้องเฉลย: มีตู้เย็นครับปู่
ปู่กล: ...เด็กคนนี้ไม่ได้ดูมือ