8 · คนที่หลอกง่ายที่สุดในห้อง
ทายก่อน ห้องแล็บวิจัยพลังจิตแห่งหนึ่งในอเมริกา เปิดปี 1979 ด้วยทุนครึ่งล้านดอลลาร์ นักวิทยาศาสตร์ในนั้นทดสอบเด็กหนุ่มสองคนที่อ้างว่างอช้อนได้ด้วยใจ ถ้าเด็กสองคนนั้นเป็นนักมายากลสมัครเล่น ทีมนักวิทยาศาสตร์จะจับได้ภายในกี่วัน
เครื่องมือของนักวิทยาศาสตร์ถูกสร้างมาเพื่อจับธรรมชาติ และธรรมชาติไม่เคยโกงข้อสอบ เด็กสองคนนั้นอยู่ในห้องแล็บนั้นได้ราวสามปี ห้องแล็บชื่อ McDonnell Laboratory for Psychical Research ของมหาวิทยาลัย Washington ในเมืองเซนต์หลุยส์ เด็กสองคนชื่อ Steve Shaw กับ Michael Edwards ทั้งคู่อายุยังไม่ถึงยี่สิบ และทั้งคู่เป็นนักมายากล
จดหมายสิบเอ็ดข้อ
ก่อนที่การทดลองจะเริ่ม James Randi นักมายากลที่ใช้ชีวิตครึ่งหลังไล่จับคนอ้างพลังพิเศษ เขียนจดหมายถึง Peter Phillips หัวหน้าห้องแล็บ ในจดหมายมีข้อควรระวังสิบเอ็ดข้อ เช่น ให้ทำตามขั้นตอนที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด ทดสอบวัตถุทีละชิ้น ทำเครื่องหมายบนวัตถุแบบที่ลบไม่ได้ ให้คนในห้องน้อยที่สุด และให้มีนักมายากลนั่งสังเกตการณ์ด้วย
ห้องแล็บไม่ได้ทำตามหลายข้อ ช้อนจำนวนมากวางอยู่บนโต๊ะพร้อมกัน ป้ายบอกว่าช้อนไหนเป็นช้อนไหนเป็นกระดาษผูกไว้ ซึ่งแกะออกแล้วผูกใหม่ได้ ระหว่างการทดลองช่วงหนึ่ง Edwards สังเกตว่าช่างกล้องคนหนึ่งจ้องหามือไวอยู่ตลอด เขาเลยขอให้ช่างกล้องคนนั้นมาช่วยงานอื่นในการทดลอง แล้วคนที่มาแทนหลังกล้องก็เป็นคนที่ระวังน้อยกว่า ทั้งคู่ยังใช้จอมอนิเตอร์ของห้องแล็บเอง ดูว่ามุมไหนกล้องเห็น มุมไหนกล้องไม่เห็น
พอข่าวลือว่าเด็กสองคนนี้เกี่ยวกับ Randi ไปถึงห้องแล็บในปี 1981 ขั้นตอนการทดลองก็เข้มขึ้น และพลังจิตของทั้งคู่ก็หายไปพร้อมกัน เดือนมกราคม 1983 Randi แถลงข่าวเปิดเผยทั้งหมด และตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า Project Alpha
เล่มนี้ต้องพิมพ์ข้อโต้แย้งไว้ด้วย พอดแคสต์ชุดหนึ่งปี 2023 เสนอว่า Shaw กับ Edwards เป็นคนคิดและขับเคลื่อนเรื่องนี้เองเป็นหลัก และบทบาทของ Randi ถูกเล่าให้ใหญ่เกินจริง ข้อเท็จจริงเรื่องห้องแล็บกับช้อนไม่ได้เปลี่ยน แต่ใครเป็นคนเขียนบท ยังเถียงกันอยู่
ทำไมคนฉลาดถึงโดน
นักวิทยาศาสตร์ในห้องแล็บนั้นไม่ได้โง่ พวกเขาถูกฝึกมาอย่างดีในงานชนิดหนึ่ง คือการถามธรรมชาติ และธรรมชาติมีนิสัยที่ทำให้งานนั้นเป็นไปได้ มันไม่เปลี่ยนคำตอบเพราะรู้ว่ากำลังถูกวัด อิเล็กตรอนไม่แอบสลับช้อนตอนช่างกล้องหันไปทางอื่น ทั้งวิธีคิดและเครื่องมือของวิทยาศาสตร์ตั้งอยู่บนข้อตกลงเงียบ ๆ ข้อนั้น
พอมีคนในห้องที่รู้ว่ากำลังถูกวัด และอยากให้ผลออกมาแบบหนึ่ง ข้อตกลงนั้นก็ล้มทั้งหมด ความฉลาดของนักวิทยาศาสตร์ยังอยู่ครบ แต่มันถูกเล็งไปที่คู่ต่อสู้ผิดตัว นักมายากลถูกฝึกมาในงานตรงข้าม คือการหลอกคนที่กำลังจ้องอยู่ จึงรู้ว่ามือไวต้องอยู่ตรงไหน และต้องปิดทางไหนบ้าง
Teller เขียนหลักข้อที่ห้าไว้ว่า "To fool the mind, combine at least two tricks." จะหลอกสมองให้ได้ ให้ใช้กลอย่างน้อยสองกลประกอบกัน คนฉลาดคิดเป็นขั้นเป็นตอน พอเห็นกลหนึ่งเขาจะตั้งสมมติฐานว่าทำด้วยวิธีหนึ่ง แล้วนักมายากลก็ทำให้วิธีนั้นเป็นไปไม่ได้ด้วยวิธีที่สอง คนฉลาดตัดสมมติฐานแรกทิ้งด้วยตรรกะที่ถูกต้องทุกขั้น ทั้งที่มันคือคำตอบครึ่งหนึ่ง ยิ่งคิดเป็นระบบ ยิ่งเดินไปตามทางที่ถูกปูไว้ได้แม่น
นักเขียนเชอร์ล็อก โฮมส์ กับนางฟ้ากระดาษ
ในปี 1917 ที่หมู่บ้าน Cottingley ในอังกฤษ ลูกพี่ลูกน้องสองคน Elsie Wright อายุสิบหก กับ Frances Griffiths อายุเก้าขวบ ถ่ายภาพตัวเองกับนางฟ้าที่ริมลำธาร ในปี 1920 ถ่ายเพิ่มอีกสามภาพ ปลายปีนั้น Arthur Conan Doyle ผู้สร้างนักสืบที่เชื่อแต่หลักฐาน เขียนบทความลงนิตยสาร Strand ฉบับคริสต์มาส สนับสนุนว่าภาพเหล่านั้นเป็นของจริง
ในปี 1983 ทั้งสองคนซึ่งตอนนั้นเป็นหญิงชรา ยอมรับว่านางฟ้าคือกระดาษแข็งที่ตัดออกมาจากภาพประกอบในหนังสือเด็กเล่มหนึ่งที่ตีพิมพ์ปี 1914 ปักไว้ด้วยเข็มหมวก Frances ยืนยันจนวันสุดท้ายว่าภาพที่ห้าเป็นของจริง Elsie บอกว่าปลอมทั้งห้าภาพ
Doyle ไม่ได้ขาดความฉลาด เขาขาดอย่างอื่น เขาอยากให้โลกนี้มีอะไรมากกว่าที่เห็น และความอยากแบบนั้นทำงานเหมือนลูกค้าของหมอดู มันเติมช่องว่างให้หลักฐานเอง
ลุงชัวร์: ภาพนี้ลุงซูมดูแล้ว ไม่มีรอยตัดต่อเลย
น้องเฉลย: ลุงครับ นางฟ้าในภาพใส่ชุดตามแฟชั่นปารีสปีนั้นเลยนะครับ
ลุงชัวร์: นางฟ้าก็ต้องแต่งตัวบ้างสิ
น้องเฉลย: ...
สองเพื่อน หนึ่งวิญญาณ
Doyle กับ Harry Houdini เคยเป็นเพื่อนกัน คนหนึ่งเชื่อเรื่องการติดต่อวิญญาณสุดใจ อีกคนเป็นนักมายากลที่ใช้เวลาหลายปีสุดท้ายของชีวิตไล่เปิดโปงร่างทรง วันที่ 17 มิถุนายน 1922 ที่เมือง Atlantic City ภรรยาของ Doyle ทำพิธีเขียนอัตโนมัติให้ Houdini ได้ข้อความยาวสิบห้าหน้า ว่ามาจากแม่ของ Houdini ที่เสียชีวิตไปแล้ว
ข้อความเขียนเป็นภาษาอังกฤษ และขึ้นต้นด้วยเครื่องหมายกางเขน แม่ของ Houdini เป็นภรรยาของรับบี และพูดภาษาเยอรมัน Doyle บอกนักข่าวว่า Houdini เชื่อแล้ว Houdini ปฏิเสธต่อสาธารณะ มิตรภาพของทั้งสองจบลงภายในปี 1924
นิตยสาร Scientific American ตั้งรางวัล 2,500 ดอลลาร์ให้ร่างทรงที่พิสูจน์พลังได้ต่อหน้าคณะกรรมการ ในปี 1924 ร่างทรงชื่อดังจากบอสตัน Mina Crandon ที่คนรู้จักในชื่อ Margery เข้าทดสอบ Houdini เป็นหนึ่งในกรรมการห้าคน และสรุปว่าเธอโกง คณะกรรมการไม่มอบรางวัลให้ และคนที่ชี้ได้ว่ามือไวน่าจะอยู่ตรงไหน คือคนเดียวในคณะกรรมการที่ใช้มือไวหากินมาทั้งชีวิต
คนที่ไม่หลอกใคร แค่คุมของ
ปี 1973 Uri Geller ผู้อ้างว่างอช้อนด้วยพลังจิต ได้ออกรายการ The Tonight Show ของ Johnny Carson ก่อนถ่ายทำ Randi ให้คำแนะนำทีมงานรายการเพียงข้อเดียวที่สำคัญ ให้ทีมงานเตรียมอุปกรณ์ทุกชิ้นเอง และอย่าให้ Geller หรือคนของเขาเข้าใกล้อุปกรณ์ก่อนออกอากาศ
Randi ไม่ได้เปิดโปงกลอะไรเลยในคืนนั้น เขาแค่ทำให้ของในมือเป็นของที่ไม่มีใครเตรียมไว้ก่อน บนเวที Geller ไม่สามารถทำอะไรได้สักอย่าง และบอกว่าคืนนั้นเขารู้สึกพลังไม่แรงพอ
นี่คือบทเรียนที่ห้องแล็บในเซนต์หลุยส์ได้รับในจดหมายตั้งแต่วันแรก แล้วไม่ได้ใช้ การทดสอบที่ดีไม่ได้ต้องการคนที่ฉลาดที่สุดในห้อง มันต้องการขั้นตอนที่ไม่ไว้ใจใครเลย รวมถึงคนที่ทำการทดสอบเอง และถ้าสิ่งที่ทดสอบอาจมีคนพยายามหลอก ให้มีคนที่เคยหลอกคนเป็นอาชีพนั่งอยู่ในห้องด้วย
บทถัดไป · 10 / 1609 Hard To Think While Laughingลุงชัวร์: ไม่มีใครหลอกลุงได้ ลุงฉลาด
ปู่กล: ปู่เชื่อครับ
ลุงชัวร์: จริงเหรอ
ปู่กล: จริงครับ ลุงฉลาด ปู่ถึงหลอกง่าย